Klein geld เศษเงิน


 
 
     ลูกค้าชายแก่ๆ คนหนึ่งเดินมาที่เครื่องคิดเงิน แล้วบอกว่าขอชำระเงินค่าเครื่องดึ่มของโต๊ะฉันหน่อย พร้อมกับชี้มืออันเหมือนจะไร้เรี่ยวแรงด้วยความที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายช่วงอายุคน และฉันก็กดปริ้นท์กระดาษรายการออกมาจากเครื่องคิดเงิน และทวนรายการทั้งหมดให้ผู้ชายสูงอายุคนนั้นฟัง ว่ามีอะไรบ้างในใบรายการจ่ายเงิน ก่อนที่จะส่งยิ้มหวานๆให้แก และบอกจำนวนเงินที่แกจะต้องจ่ายว่าเท่าไหร่ แล้วลูกค้าชายแก่คนนี้ก็บอกว่า
 
Sorry,ik heb alleen klein geld.
ซอรี่ , อิ๊ก เฮ๊บ อัลลีน เคล็น เก็ล
ขอโทษนะฉันมีแค่เศษเงินน่ะ
 
       แล้วแกก็ล้วงกระเป๋าผ้าใบเล็กจากกระเป๋ากางเกงของแกออกมา นับเศษเหรียญ หนึ่งเซ็นต์ สองเซ็นต์ ห้าเซ็นต์ให้ฉัน เป็นค่าเครื่องดื่ม
ฉันก็ตอบแกไปว่า ..ไม่เป็นไรค่ะ เศษเงินจำเป็นสำหรับพวกเรามาก เพราะพวกเราต้องใช้เงินย่อย เงินเหรียญในการทอนลูกค้าอยู่แล้ว เงินเล็ก เงินย่อย ก็คือเงินเหมือนกัน แต่สำหรับสถานบริการอย่างพวกเรา เงินย่อยหรือเศษเงินจำเป็นมากค่ะ ขอบคุณนะคะ ขอให้วันนี้เป็นที่ดีมีความสุขนะคะ แล้วเจอกันใหม่…นั่นคือคำพูดที่ฉันจะต้องพูดกับลูกค้าทุกราย เมื่อลูกค้าจ่ายเงินแล้วกำลังจะเดินจากไป
 
 
Dank U wel ดั๊งคู เว็ล ขอบคุณค่ะ
 
Fijne Dag เฟนเยอะ ดั๊ก ขอให้เป็นวันที่ดี
 
Tot ziens ต๊อด ซีน แล้วเจอกันใหม่
 
นั่นคือคำพูดติดปาก เหมือนกับหนุ่มสาวเซเว่น อีเลเว่น เลยก็ว่าได้
 
        (จริงๆ แล้วเนี่ยอยากเขียนบทสนทนาเป็นภาษาดัชต์ แต่ก็ไม่อยากให้ถือว่าเอาที่ทำงานมาคุยนอกเวลางาน เป็นภาษาดัชต์ เพราะว่าไม่แน่ใจว่า คนดัชต์จะถือว่าเราละลาบละล้วง หรือนินทาเค้าหรือเปล่า เพราะตามที่เช็ดดูสถิติผู้เช้ามาดูเสปชของเราแล้วเนี่ยส่วนมากจะมาจากทางเนเธอร์แลนด์ซะมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่ร้าน เพื่อนร่วมงาน หรือว่าเจ้านาย เพราะฉะนั้น จึงไม่ค่อยอยากเขียนอะไรที่เป็นภาษาดัชต์มากมาย ก็เอาเป็นว่าเขียนเป็นภาษาไทยให้เพื่อนๆคนไทยได้อ่านก็แล้วกัน)
ลูกค้าชายแก่คนนี้ ส่งยิ้มกว้างให้ฉันจนทำให้เห็นริ้วรอยรอบดวงตาแกอย่างเห็นได้ชัด ว่าแกผ่านร้อนผ่านหนาวมานานเหลือเกิน และพร้อมทั้งยื่นมือขวาของแกมาตบที่ไหล่ซ้ายของฉัน แล้วก็บอกว่าเป็นคำพูดที่ฉลาดมากสาวน้อย (จริงๆแกน่าจะใช้คำว่า..สาวเหลือน้อย..กับฉันซะมากกว่านะ) จริงๆ แล้วฉันก็ตอบไปตามความเป็นจริงไม่ได้เสแสร้ง แกล้งตอบแต่อย่างใด
  
           และแกก็ล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงแกอีกที แล้วก็ควักกระเป๋าผ้าใส่เศษเงินของแก พร้อมทั้งเทเศษเงินลงตรงเคาเตอร์ตรงหน้าฉัน พร้อมกับบอกว่า …ทั้งหมดนี้ของเธอ…ฉันก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับเศษเงินที่แกให้ฉันหรอก เพราะยังไง ฉันก็ต้องได้ทิปกับลูกค้าเกือบทุกรายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการได้ทิปจากลูกค้าจึงไม่ใช่เรื่องตื่นเต้นอะไรมากมายสำหรับฉัน แต่ถ้าลูกค้ารายไหนที่ไม่ให้ทิปฉันสิ ฉันจะแปลกใจมากกว่า ว่าทำไม????ไม่มีทิปให้ฉัน
 
และแล้วชายแก่คนนั้นก็บอกกับฉันว่า
 
Tot de volgende keer
ต๊อด เดอะ โฟ๊ล เกิ้น เดอะ เกียร์
แล้วเจอกันคราวหน้านะ
 
               พอลับหลังชายแก่คนนั้นไปแล้วฉันก็ค่อยๆ นับ กองเศษเงินที่อยู่ตรงหน้า ที่เป็นเหรียญหนึ่งเซ็นต์ สองเซ็นต์ที่แกให้มา พอนับเสร็จเห็นเป็นจำนวนเงินแล้วฉันก็ต้องตกใจว่ามันไม่ใช่น้อยเลยนะ ห้ายูโรแน่ะ บางคนฟังดูอาจจะเห็นว่าเงินห้ายูโรนั้นน้อยนิดเดียว แต่ถ้าเรามองย้อนกลับมาที่ตัวเรา ถ้าเราไปนั่งร้านอาหารหรือร้านกาแฟ เราดื่มกาแฟแก้วหนึ่ง 1.40 ยูโร หรือ กาแฟสองแก้ว 2.80 ยูโร แล้วถ้าเป็นเราเคยให้ทิปพนักงานเสิร์ฟถึงห้ายูโรมั๊ย???
 
             นั่นล่ะคือการมองย้อนกลับ เพราะทุกครั้งที่ฉันไปกินข้าวตามร้านอาหาร ปรกติก็จะคำนวณทิปไว้ในใจแล้วว่า จะให้ทิปเท่าไหร่ ส่วนมากก็จะเป็นสิบเปอร์เซ็นต์ของราคาที่จ่าย เช่นคือจ่ายห้าสิบยูโรฉันก็จ่ายทิป 5 ยูโร นั่นคือกฏของฉันเอง แต่ถ้ากินข้าวร้อยยูโร ฉันก็ยังจ่ายทิปห้ายูโรอยู่ดี เพราะถ้าจะจ่ายสิบยูโรก็เยอะไปสำหรับฉัน
แต่คำพูดที่สะดุดใจและสะดุดหูของฉันจากลูกค้าคนนี้คือว่า…Klein geld เศษเงิน หรือ เงินเล็ก เงินน้อย หรือเงินย่อย…นั่นเอง ก็เลยให้คิดถึงบทกลอนของสุนทรภู่ที่ว่า..
มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์……….
 
         จริงๆ แล้วทุกวันนี้ฉันก็ทำงานแลกกับเศษเงินนะจะว่าไป เงินเดือนนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะมันเป็นค่าจ้างที่เราจะต้องได้รับตายตัวอยู่แล้ว แต่เศษเงินที่ฉันเก็บเล็กผสมน้อยจากทิปที่ลูกค้าให้มานั้นคือเศษเงินที่ฉันถือว่า เป็นผลตอบแทนจากการทำงานที่เห็นทันตา คือถ้าเราบริการเค้าดี พูดจาดี ยิ้มแย้มแจ่มใสกับลูกค้าดี ยังไงตอนจ่ายเงินทิปมากทิปน้อย นั่นคือผลตอบแทนจากการบริการที่เราให้กับลูกค้าและลูกค้าก็ให้ทิปเราตอบแทนกลับมา คือเห็นผลทันตาว่างั้นเถอะ ถ้าลูกค้ามาคนเดียว สั่งกาแฟแก้วเดียวแล้วก็ไปฉันจะชอบ เพราะราคากาแฟหนึ่งแก้ว 1.40 ยูโร ส่วนมากลูกค้าจะจ่ายมา 1.50 ยูโร ส่วนมากลูกค้าจะบอกว่าไม่ต้องทอน เพราะฉะนั้น 10 เซ็นต์ ก็จะเป็นของฉัน บางคนอาจจะบอกว่า แหมแค่ 10 เซ็นต์เอง มันก็แค่เศษเงิน แต่จริงๆแล้วฉันไม่เคยคิดว่ามันเป็นเศษเงิน มันเป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงทีเดียวล่ะ และเพื่อนที่ทำงานกับฉันก็สนุกสนานกับการทำงานและตั้งใจทำงานกันอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช บริการดีอย่างเต็มที่ ยิ้มดีอย่างเต็มที่เพื่อจะแลกกับเศษเงินตัวนี้
 
          ลูกค้าบางคนไม่ได้ให้ทิปแค่ 10-20 เซ็นต์ บางคนให้ 1-2-3 ยูโร ก็มี นั่นมันคือผลตอบแทนการทำงานที่เห็นทันตา ฉันจำได้ว่าเด็กที่มาทำงานวันแรกที่ร้าน พอเห็นทิปที่ได้พอจบการทำงานถึงกับตาโต ซึ่งจริงๆมันก็ไม่ได้เยอะอะไร จำได้หนุ่มน้อยเลอร์นาท อายุ 16 มาทำงานวันแรก สามชั่วโมง พอจบงาน ฉันนับทิปยื่นให้ 10 ยูโร เลอร์นาทบอกทำไมมันเยอะอย่างนี้น่ะ แล้วหนุ่มน้อยเลอร์นาทก็รับเงินมาด้วยความปลาบปลื้มใจ ยิ้มปากกว้างแทบถึงหู เพราะนี่เป็นการเริ่มทำงานของเลอร์นาทวันแรก เพราะเด็กดัชต์ จะสามารถทำงานหาเงินเองได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายก็ต่อเมื่ออายุครบ 16 ปี และเด็ก 16 ปี ทำงานได้ค่าจ้างแค่ชั่วโมงละ 3 ยูโรเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเศษเงินอย่างทิปบางที อาจได้เยอะกว่าค่าจ้างซะอีก
         
             ฉันเลยย้อนนึกถึงตอนที่ฉันบินลัดฟ้าไปทำงานที่อเมริกาอยู่ ณ เรือสำราญหรูหราอลังการ ทุกคนที่เดินทางลงเรือสำราญคือมาเพื่อเสพ เสพทุกสิ่งทุกอย่างที่เค้าอยากจะเสพ เสพสุข เสพสม เสพสิ่งเสพติด อะไรก็แล้วแต่ใครอยากจะเสพ และคนพวกนี้ก็จะไม่เห็นค่าของเศษเงิน เพราะฉะนั้นตามพื้นพรมในห้อง หรือในร้านอาหาร คาสิโน หรือในห้องน้ำ หรือแม้แต่ตามทางเดิน ก็จะมีเศษเงินพวกหนึ่งเซ็นต์ สองเซ็นต์ ห้าเซ็นต์ ตกอยู่เป็นประจำ พนักงานบนเรือด้วยกันก็คงจะเห็นว่าเป็นเศษเงินก็ไม่ค่อยมีใครเก็บกัน ลูกค้าก็ไม่เก็บกัน ส่วนมากเศษเงินพวกนี้ก็จะเข้าไปอยู่ในเครื่องดูดฝุ่นซะเยอะ แต่ฉันจะไม่เคยปล่อยให้เศษเงินพวกนี้ลอดสายตาฉันไปได้เลย ฉันจะเก็บทุกครั้งแล้วก็เอาไปหยอดกระปุกที่ห้องพัก ฉันก็ไม่เคยคิดว่าเศษเงินที่ฉันเก็บทุกวันมันจะกลายมาเป็นก้อนโตขึ้นมาได้เหมือนบทกลอนของสุนทรภู่ที่ว่า…มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท …พอฉันทำงานครบตามสัญญา 10 เดือน และก่อนจะบินกลับเมืองไทยก็เปิดกระปุกเอาเหรียญเซ็นต์ทั้งหลายที่ฉันเดินเก็บตามพื้นทุกวันออกมานับเพื่อที่จะไปแลกกับทางการเงิน ฉันใช้เวลานับเศษเงินพวกนี้อยู่เป็นชั่วโมงและจำนวนของเศษเงินตกตามพื้นก็ต้องทำให้ฉันตกใจกับจำนวนว่า 400 ดอลล่าห์ (ซึ่งขณะนั้น 1 ยูเอส เท่ากับ 45 บาทไทย) มันเยอะจนแทบไม่น่าเชื่อ กับเศษเงินที่ไม่มีใครเหลียวแล เศษเงินที่ฉันเดินเก็บมาตามพื้นทางเดินทุกวันเท่าที่พอจะเก็บได้ ฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เยอะ แต่ที่เก็บมาเพราะถือว่านั่นก็คือเงินเหมือนกัน
 
              ซื่งก็เหมือนกับเศษเงินที่ฉันเก็บอยู่ตอนนี้บางที บางเดือน นับๆ ดูแล้วก็เป็นที่น่าพอใจกับผลตอบแทนของการทำงานอยู่เหมือนกันซึ่งบางครั้งทิปที่ลูกค้าให้มาแค่ห้าเซ็นต์ สิบเซ็นต์ ให้ทุกโต๊ะ ให้ทุกคน วันหนื่งก็หลายเงินอยู่ อาทิตย์หนึ่งทำงานหกวันคำนวณดูแล้วก็ใช่ย่อย เดือนหนึ่งมีสี่สัปดาห์ก็ถือว่าเป็นผลตอบแทนของการทำงานที่คุ้มค่าเหนื่อยอยู่เหมือนกัน และนั่นคือผลของเศษเงิน ที่หลายต่อหลายคนอาจจะมองข้ามไป……………
 

เกี่ยวกับ My Life in The Netherlands and Belgium

All Happy Times in Thailand and The Netherlands + Belgium in my life.
ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องราวของเราเอง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

4 ตอบกลับที่ Klein geld เศษเงิน

  1. ArIsArA พูดว่า:

    สวัสดีค่ะพี่หวาน หนูชื่อฝนนะคะ(ตามมาจากเว๊บเขียวอ่ะค่ะ)
    ฝนชอบเรื่องเศษเงินที่สุดเลยเท่าที่อ่านมาทุกครั้ง
    มันได้ข้อคิดเยอะ ชอบค่ะ ชอบพี่หวานเขียนเรื่องราวต่างๆที่เจอ
    ที่ผ่าน อ่านแล้วมันสนุกดีค่ะ มีข้อคิดอีกต่างหาก

  2. Phannita พูดว่า:

    hallo
    ik ben June
    ik ben een uitwissiling student
    ik kom uit thailand
     
    มันเบสิกมากค่ะ 555+censor_junez@hotmail.comนี่เมลจูนะคะอยากคุยกับพี่หวานจังจูนเปนนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่เบลเยี่ยมค่ะยังพูดไม่ค่อยได้เลยอยากซื้อดิกไทย-ดัชต์พี่หวานรู้มั้ยคะว่ามีรึป่าว
    ถ้าเล่นmsnแอดเมลจูนมาหน่อยนะคะ

  3. My life in the Netherlands พูดว่า:

    ขอบคุณค่ะน้องฝนที่ตามมาเยี่ยมเสปชของพี่หวานนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ พี่หวานก็เขียนไปเรื่อยเปื่อย ตามประสบการณ์ของตัวเองล่ะค่ะ แต่ก็ดีใจที่น้องฝนชอบค่ะ

  4. My life in the Netherlands พูดว่า:

    น้องจูนคะ น้องจูนอยู่เมืองอะไรหรือคะ วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม นี้พี่หวานจะไปเที่ยวบรัสเซลค่ะ  แต่ที่เห็นน้องนักเรียนแลกเปลี่ยนส่วนมากจะอยู่ที่  Leuven กัน เดี๋ยวยังไงน้องจูนช่วยเล่ารายละเอียดให้พี่หวานรู้ทางเมล์ได้ไหมคะ ถ้ามีอะไรที่พี่หวานพอช่วยเหลือได้ก็บอกนะคะ เพราะมาสตริกกับเบลเยี่ยมไม่ไกลกันค่ะ ไปมาสะดวกด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s