สบายไหม? ใช้ชีวิตในต่างแดน


 

ช่วงนี้เปิดสายออนไลน์บ่อยเป็นพิเศษก็ว่าได้เพราะว่าว่างเว้นจากการทำงานในวันจันทร์ถึงพฤหัสฯเกือบทุกสัปดาห์ ก็มีโอกาสได้คุยกับหลากหลายผู้คน หลายสาขาอาชีพ หลายช่วงอายุ ทั้งหลากหลายผู้คนจากเมืองไทย และแม่บ้านไทยในหลายประเทศ แต่ที่ถูกตั้งประเด็นในการแช็ตบ่อยมากที่สุดสำหรับเอ็มเอสเอ็นออนไลน์ ก็เห็นจะเป็นการให้หวานเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตในเมืองนอกให้ฟัง ก็เล่าและแช็ตกันในเรื่องนี้จนกลายเป็นคำตอบมาตรฐานจากปลายนิ้วของหวานที่จะต้องตอบออกไปทุกวัน แต่สุดท้าย ท้ายที่สุด ก็มาสะดุดใจกับคำถามๆคำถามหนึ่ง ของพี่หนิง เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพฯ ที่มาอบรมสัมมนาอยู่ที่มาสตริก ถึงสามเดือน เมื่อวันที่เราไปเดินเที่ยวกันที่เอิ๊ยดึ้น ท่ามกลางความหนาวที่ติดลบ แม้แสงแดดจะแผดจ้าทั้งวัน พี่หนิงถามว่า

" ที่บ้านที่เมืองไทยจะรู้ไหมเนี่ยว่าน้องหวานมาใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกเมืองนาอย่างนี้มันลำบากแค่ไหน???? "

นั่นสินะ จะมีใครรู้บ้างว่าการใช้ชีวิตที่เมืองนอกนั้นไม่ได้สบายอย่างที่ทุกคนคิดเอาไว้เลย หลายต่อหลายคนที่อยู่เมืองไทย ที่ยังไม่เคยได้ไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกเมืองนา คงคิดคงฝันไว้ว่าอยากไปเมืองนอก อยากไปเรียน อยากไปทำงาน อยากไปมีชีวิตครอบครัวที่สุขสบายที่เมืองนอกเมืองนา ทุกคนคงคิดคงวาดฝันไว้อย่างสวยหรู แต่…หลายต่อหลายคน คงไม่รู้ว่า การใช้ชีวิตในต่างแดนนั้น เราจะต้องปรับตัว ปรับใจ กับอะไร ต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง กว่าจะข้ามพ้นวัน พ้นสัปดาห์ พ้นเดือน พ้นปีไปได้นั้นก็ต้องใช้ความอดทนอยู่พอสมควร หลายต่อหลายคนบอกว่า…ไม่เป็นไรทนได้ ขอให้ได้ไปอยู่เมืองนอกเถอะ.!!!!!

อะไรบ้างที่เราจะต้องปรับตัว และปรับใจให้เข้ากับดินแดนใหม่ที่เรากำลังจะก้าวไปใช้ชีวิตในวันข้างหน้า

1. ภาษา เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่เราจะต้องปรับตัวให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่ความสามารถของเราจะทำได้(และต้องทำให้ได้ ) เพื่อที่จะใช้ชีวิตร่วมกันกับประชากรของประเทศนั้นๆ ที่ไม่ได้มีภาษาอังกฤษ เป็นภาษาแม่หรือภาษาราชการ คนยุโรปบอกว่า พวกเราจะใช้ภาษาอังกฤษเฉพาะเวลาไปเที่ยวพักร้อนนอกประเทศเท่านั้น นั่นคือความเป็นจริงของเรื่องภาษาที่เราจะต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการร่ำเรียน เพราะฉะนั้นภาษาแม่ของประเทศนั้นๆ เราต้องพูด ฟัง อ่าน เขียน ให้ได้ เพื่อการทำงาน เพื่อการติดต่อสื่อสารกับเจ้าของประเทศ และผู้คนรอบข้าง และการติดต่อธุรกรรมต่างๆ ….พอมองย้อนกลับไปแล้วรักภาษาไทยเอาอย่างมาก ภาษาไทยของเราช่างเป็นภาษาที่สวยงาม ไพเราะซะเหลือเกิน

2. อากาศ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสเอาการสำหรับคนไทยเราที่มาจากประเทศในเขตร้อนเหมือนกัน ทีแรก หวานก็เป็นคนหนึ่งที่บอกว่าชอบอยู่ประเทศในเขตหนาว เพราะผ่านเมืองหนาวมาหลายต่อหลายประเทศ แต่เมื่อต้องมาใช้ชีวิตอยู่เนเธอร์แลนด์ ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้หนาวจนเกินไปนักเท่ากับประเทศทางแถบแสกนดิเนเวีย ก็ยังต้องอดทนกับอากาศที่หนาว มืดครื้ม ลมแรง ฝนตก ลูกเห็บตก ถ้าวันไหนมีแดดถือว่าโชคดี เห็นแดดแล้วตื่นเต้น แต่จริงๆ แล้วพูดไปนะ ถ้าเราไม่ได้เห็นไม่ได้อยู่ ไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง เราก็จะจินตนาการไม่ออกอยู่ดี ว่ามันหนาวอย่างไร น่าเบื่ออย่างไร กับอากาศแบบนี้….พอวันไหน เห็นแดดแล้วคิดถึงเมืองไทย ที่เมืองไทยเรามีแดด 365 วันต่อปี ไม่เห็นตื่นเต้นเลย พอเรามีมากเราก็จะไม่เห็นคุณค่าของสิ่งนั้นๆ….เมื่อมาอยู่ในดินแดนที่หนาวเหน็บ แสงแดดน้อยๆ อย่างนี้ แล้วก็ให้คิดถึงเมืองไทย

3. อาหาร เมื่อมาอยู่ไกลบ้านเมืองไทย แล้วจะรู้ว่า อาหารไทยนั้นเป็นอาหารที่สุดยอดที่สุดที่ลิ้นเราเคยสัมผัสมา อาหารของที่นี่ค่อนข้างจืดไม่มีรสชาติ ถ้าเทียบกับอาหารที่มีหลากหลายรสชาติของไทยเรา ผลไม้ที่เคยได้กินหลากหลายชนิดที่เมืองไทย ที่นี่ก็มีเหมือนกันแต่แพงเหลือใจคิด อาหารทุกอย่างที่เมืองไทยมี ที่นี่ก็มีเหมือนกัน ทุกอย่างบินตรงมาจากเมืองไทย สดทันใจถึงไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ หรืออาหารสำเร็จรูปนานาชนิด แต่ราคานั้นเราก็ต้องบวกค่าเครื่องบินเข้าไปด้วย และคนไหนที่อยู่เมืองไทย เคยติดความสบายไม่เคยทำกับข้าวเลย กะทะ ตะหลิวไม่เคยจับ เคยกินแต่อาหารจานด่วน ตามห้าง ตามร้านข้างทาง ตามร้านอาหารซื่งแล้วแต่กระเป๋าของแต่ละคนจะอำนวย แต่มาอยู่เมืองนอกเมืองนา ลืมไปได้เลยเรื่องกินอาหารนอกบ้าน เพราะคนที่นี่จะกินข้าวนอกบ้านแค่โอกาสพิเศษ ปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง นอกนั้นต้องทำกินเองที่บ้าน เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่หลายต่อหลายคนต้องปรับตัวเอาการอยู่เหมือนกัน…บางทีนะหิวขึ้นมาตอนดึกๆ หลังเที่ยงคืน ทรมานมาก คิดถึงร้านข้าวต้มโต้รุ่งแทบขาดใจ ดึกๆนะ ได้ข้าวต้มใบเตยอุ่นๆ กับผัดผักบุ้งไฟแดง ยำไข่เค็มซะหน่อย ตามด้วยกุนเชียงทอด โอ้ว…อาหารสวรรค์ประทานมา แต่อยู่ที่นี่…ฝันเอาล่ะกัน

4. ความสบาย เรื่องความสะดวกสบายที่เราเคยมีที่เมืองไทยนั้นให้ลืมไปได้เลย อยู่เมืองไทยทำงานมีเงินเดือนหน่อย เสื้อผ้าไม่เคยซักรีดเอง ส่งร้านซักรีดหมดเดือนหนึ่งไม่เกิน 500 เอาอยู่ เพื่อความสบายของเราที่เหน็ดเหนื่อยมาจากการทำงานทั้งอาทิตย์ ปัดกวาดเช็ดถูหรือ ทุกอย่างจ้างหมด แต่ถ้ามาใช้ชีวิตในเมืองนอกเมืองนาทุกอย่างต้องทำเองหมด เหนื่อยเหมือนกันนะที่เราจะต้องทำเอง ถ้าเราต้องเหนื่อยกับงานมาทั้งวัน แต่ก็ต้องทำเรื่องจ้างให้คนอื่นทำนั้นลืมไปได้เลย จ้างแต่ละอย่างแพงหูฉี่ ….มือที่เคยเรียวงามจากเมืองไทย ก็จะกลายเป็นมือที่หยาบกร้านจากการกรำงานบ้านงานเรือน เพราะคนที่นี่ถือว่าสะอาดมาก ขัดมันทุกซอกทุกมุม ถ้าเราไม่ทำเหมือนเค้าก็กระไรอยู่ ผ้าขี้ริ้วยังรีดกันเลย หน้าต่างเช็ดกันได้ เช็ดกันดี บนหลังคายังพากันปีนไปทำความสะอาดกันเลย เพราะฉะนั้นอยู่บ้านท่านจะนิ่งดูดายก็ไม่ได้

5.ราคาข้าวของที่ต่างกัน ใครต่อใครหลายคนที่อยู่เมืองไทย อาจจะเป็นสาวกของเซเว่นอีเลเว่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม ชา กาแฟ ฮอทดอก แฮมเบอร์เกอร์ หนมจีบ ซาลาเปา ของขบเคี้ยว ซื้อง่าย จ่ายคล่อง ของได้ครบ…โค้ก แก้วเล็กที่เซเว่น 13 บาท (ไม่รู้ว่าราคาอัพเดทหรือยัง ผ่านไปหนึ่งปีแล้วพอดีที่ไม่ได้กลับเมืองไทย) ที่เนเธอร์แลนด์แก้วโค้กมาตรฐานทั่วไป เริ่มต้นที่ 1.60 ยูโร ถูกแพง ขึ้นอยู่กับร้าน แต่เริ่มต้นที่ราคานี้คือราคาตั้ง กาแฟสดร้อนบ้านไร่กาแฟ หรือ อะเมซอน ที่เมืองไทย แก้วละ 40 บาท แต่ที่นี่เริ่มต้นที่ 1.60 ยูโร (กาแฟเย็นเซเว่นฯ แก้วเล็กก็แค่ 13 บาทเอง) ตอนที่เดินทางมาที่นี่แรกๆ เมื่อเทียบราคาแล้วไม่กล้าแตะ ไม่กล้าซื้อ ไม่กล้าจ่าย เพราะแต่ละอย่างพอเทียบกับเงินไทยแล้วแพงเหลือเกิน…แต่ตอนนี้เพื่อปากเพื่อท้อง เพื่อความอิ่มทุกอย่างฟาดเรียบ พอกลับไปเมืองไทยทีไร อะไรที่อยากกินนะ กินยังกะชูชกกลับชาติมาเกิด

6.ห้างสรรพสินค้า แรกๆนะ ทำใจไม่ได้กับห้างสรรพสินค้า หรือร้านขายของที่นี่ คือเปิดช้า ปิดเร็ว อาทิตย์หยุด 08.00 เปิดทำการ 18.00 ปิดแล้ว แล้ววันอาทิตย์ไม่เปิด ทางการเค้าบอกว่าเป็นวันแห่งครอบครัว ทุกคนต้องอยู่กับครอบครัว ไม่มีใครอยากทำงานวันอาทิตย์ …ว่าไปนั่น อยู่เมืองไทยเรา ต้องเดินห้างหรือนัดเพื่อนวันเสาร์ หรือไม่ก็วันอาทิตย์ อยู่ที่นี่อย่าได้ไปนัดใครเค้าวันอาทิตย์เชียวนา เพราะเค้าถือว่าเป็นวันครอบครัว ถ้าเราเป็นคนนอกเข้าไปในครอบครัวเค้า เค้าจะได้ว่าเป็นว่าเราเป็นสอ ใส่ เกือก เอาได้ ไม่รู้จักกาละเทศะ แล้ววันจันทร์กว่าร้านค้าร้านรวงจะเปิดได้ก็ต้องรอไปจนถึงเวลา 13.00 น. เออ เค้าทำงานกันแบบว่าบ้านเราเรียกว่าขี้เกียจประมาณนั้น ขาช็อปขาซื้อจากเมืองไทย เลยเกิดอาการจ๋อยเพราะมีเวลาเดินห้างน้อย …ห้างที่เมืองไทยมีทุกอย่างครบ จะกิน จะซ็อป จะบรรเทิงดูหนัง ฟังเพลง มีครบให้เลือกตามสะดวก….แต่ที่นี่ไม่มีหาไม่ได้ ห้างใหญ่อลังการอย่างบ้านเรานั้นหายาก

7.แท็กซี่ เวลาเดินเหนื่อยถือของหนัก อยากกลับบ้านเห็นแท๊กซี่ อย่าได้ไปกวักมือเรียกเป็นอันขาด เพราะที่นี่แท็กซี่มีไว้สำหรับคนมีกะตังค์เท่านั้น เพราะแท๊กซี่ที่นี่จะต้องโทรเรียกจากทางบริษัทแท็กซี่ และค่าแท็กซี่อาจจะเท่ากับเงินเดือนทั้งอาทิตย์ก็เป็นได้….คิดถึงที่เมืองไทยนะ ทั้งแท็กซี่และมอเตอร์ไซด์รับจ้าง

จริงๆ มันมีอะไรอีกเยอะแยะมากมายที่เราจะต้องปรับตัวปรับใจให้เข้ากับสถานที่ใหม่ ประเทศใหม่ ผู้คนที่อยู่รอบข้าง ทุกอย่างใหม่หมด แต่ละคนใช้เวลาในการปรับตัวมากน้อยไม่เท่ากัน อาจจะขึ้นอยู่กับพื้นฐานนิสัยส่วนตัวของแต่ละคนด้วย หรือสังคมที่เราใช้ชีวิตอยู่ด้วย หรืออาจจะความตั้งใจหรือแรงผลักดันของเราด้วย แต่ถ้าเราจะก้าวไปใช้ชีวิตใหม่ในต่างแดน เราก็ต้องเตรียมพร้อมกับทุกสถานการณ์ที่เราจะต้องได้พบได้เจอในดินแดนใหม่ แต่อย่างหนึ่งที่อยากจะขอบอกกับทุกๆคนว่า….เมื่อเราได้ก้าวขาออกจากแผ่นดินแห่งมาตุภูมิ ที่มีนามว่าไทยแลนด์แดนสยามแล้วนั้น ณ วันที่เราจะต้องใช้ชีวิตในดินแดนแห่งใหม่ เราจะได้รู้ซื้งถึงคำว่า แผ่นดินแม่หรือแผ่นดินเกิดของเรานั้น เป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแผ่นดินที่อบอุ่น เป็นแผ่นดินที่งดงาม เป็นแผ่นดินที่หาได้ยากยิ่งซะเหลือเกินในโลกนี้ และวันนั้น วันที่เราอยู่ห่างไกลจากเมืองไทย…เราก็จะได้รู้ว่า.. เราเป็นคนไทยอย่างเต็มร้อย เพราะเราจะเกิดความรู้สึกรักเมืองไทยจนแทบจะล้นหัวใจ …เราจะเกิดความคิดถึงเมืองไทยมากมายซะเหลือเกิน….และเชื่อได้เลยว่าทุกคนที่เป็นคนไทยในต่างแดน ก็รักเมืองไทย คิดถึงเมืองไทย จนสุดหัวใจ….

เกี่ยวกับ My Life in The Netherlands and Belgium

All Happy Times in Thailand and The Netherlands + Belgium in my life.
ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องราวของเราเอง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

15 ตอบกลับที่ สบายไหม? ใช้ชีวิตในต่างแดน

  1. SakawraT พูดว่า:

    เห็นด้วยทุกประการค่ะ พี่หวาน T^T คิดถึงร้านอาหารตามสั่ง เซเว่นอีเลเว่น จิงๆ

  2. nikki พูดว่า:

    ตัวนิคเอง คิดว่าอยู่ที่นี่ลำบากกว่าอยู่เมืองไทยมาก จะเรียนอะไร ก็ไม่เข้าใจ เต็ม 100 จะถาม ก็ได้คำตอบไม่เคลียร์ เนื่องจากว่าเราถามไม่เคลียร์เองจะลงทุนธุรกิจสักอย่าง มัยมันยากจังฟ่ะ ต้องไปเรียนเอาโน่น นี่มาก่อน กว่าจะผ่าน ไม่ใช่ว่าเปิดได้ง่ายๆ เหมือนบ้านเรา ๆ มีเงินปุ๊บ จัดสรร หาอุปกรณ์ ลงมือทำได้เลย แต่ทีนี่เปล่า มีความสามารถ มีเงินทุน แต่ก็ยังต้องไปเรียน เอาใบประกอบกิจการอีก ส่วนตัวแล้ว คิดว่ายากทุกอย่าง ปรับตัวยาก เรื่องภาษา วัฒนธรรม อาหาร และอีกหลายอย่างถามว่า อ้าว แล้วมัยไม่กลับไทยฟ่ะ ก็มันติดกับคนรอบข้างด้วยงัย ถ้าตัวคนเดียว เผ่นนานแย้ววว 5555

  3. My life in the Netherlands พูดว่า:

    สาวไทยไกลบ้านเข้าใจความรู้สึกซึ่งกันและกัน ตอนนี้ก็กินอาหารญี่ปุ่น(มาม่า)กันไปก่อนเนาะน้องเนาะ กลับเมืองไทยแล้วเราค่อยฟาดอะไรแซ่บๆกัน ชีวิตต้องก้าวเดินต่อไป ลำบากยากแค้นแสนเข็ญยังไง เราก็ต้องสู้ สาวไทยใจแกร่ง แรงยังมีอยู่ สู้ไม่ถอยอยู่แล้วเนาะ

  4. noijai พูดว่า:

    หวัดดีจ้า อยากเป็นเพื่อใหม่ด้วยคน คือเพิ่งมาอยู่ที่นี้จะได้สองเดือน ลำบากมากมายเรื่องภาษา เหมือนคุณนิคเลย จะถามไรก็ไม่ค่อยเคลียร์ พยายามแล้ว ก็ยังไม่ดีขึ้นส่วนเรื่องความเป็นอยู่ก็โอเค คือที่บ้านเป็นบ้านนอกอะจ้ะเด็กต่างจังหวัดทำงานบ้านเองได้ซักผ้าเองได้รีดผ้าเองได้ แต่ทำอาหารไม่เป็น เนียะเรื่องใหญ่ เลยลำบากเฉพาภาษากับเรื่องกิน แล้วก็เรื่องงานก็ลำบากลำบากเรื่องภาษา เง้อบ่น ขอโทษจริงๆๆจ้ะ คืออยากมีเพื่อนอิอิ

  5. tiang พูดว่า:

    Hallo waan hoe gaat het met jou nog een maand bent je thailand terug [uh] ik wilgraag gaat naar met jou

  6. sinenart พูดว่า:

    พี่หวานส้มตำปูอร่อยมากเลยอยากกินอีกเน๊าะแต่ต้องที่ไทยนะ 5555 คึดฮอดอีสานบ้านเฮา……ว่างๆก็แวะมาอูเทรคนะจ๊ะเดี๋ยวพาทำไรกินว้าแต่ไม่มีครกเซ็ง เดี๋ยวรวมพลอีกทีนะเจ๊

  7. My life in the Netherlands พูดว่า:

    หวัดดีค่ะ คุณ Longtok ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ อยู่เมืองไหนหรือคะ ยินดีต้อนรับสู่เนเธอร์แลนด์นะคะ แรกๆ อะไรต่อมิอะไรก็ดูจะยุ่งยากไปนิดหนึ่งนะคะ ไม่ว่าเรื่องอาหารการกิน และเรื่องการปรับตัว หรือเรื่องภาษา แต่อีกหน่อยพอทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็จะรู้สึกดีขึ้นเองค่ะ ว่างๆ ก็เมล์มาคุยหรือแอ๊ดเอ็มมาคุยกันก็ได้นะคะ ยินดีที่จะเป็นเพื่อนคุยเสมอค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ หวานจากมาสตริกค่ะ

  8. My life in the Netherlands พูดว่า:

    หวัดดีค่ะ พี่เทียน อีกไม่กี่อาทิตย์หวานก็กลับเมืองไทยแล้วล่ะค่ะพี่ ตอนนี้นั่งนับวันถอยหลังแล้วค่ะ ที่เนเธอร์แลนด์ตอนนี้หนาวเหลือเกิน อากาศแย่จังเลย ทั้งฝนตก ทั้งหนาว ทั้งมืด แล้วเมื่อไหร่พี่เทียนจะกลับเมืองไทยล่ะคะ? คิดถึงนะคะพี่ ฝากหอมแก้มยุ้ยน้องกาเรนด้วยนะคะ

  9. My life in the Netherlands พูดว่า:

    น้องเปิ้ล แล้วพี่หวานจะไปกินส้มตำฝีมือน้องเปิ้ลตอนหน้าร้อนนะจ๊ะ ไม่แน่ตอนนั้นอาจทำบุญขึ้นบ้านใหม่น้องเปิ้ลก็ได้ มาสตริกกับอูเทร็คไม่ได้ไกลกันสักเท่าไหร่ แล้วคงมีโอกาสได้เจอกันนะจ๊ะ พี่หวานขอให้น้องเปิ้ล อดทนอีกสักนิด อีกหน่อยทุกอย่างคงเข้าที่เข้าทางไปตามระยะเวลา ขยันเรียนภาษาให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นะจ๊ะ ตอนนี้อย่าเพิ่งใจร้อน บางครั้งโอกาสดีๆ จะเดินเข้ามาหาเราเอง โดยที่เราไม่ได้เรียกร้องหรือรอคอย คิดถึงน้องเปิ้ลกับน้องถุงแป้งนะจ๊ะ

  10. sinenart พูดว่า:

    ได้เลยพี่หวานเปิ้ลก็หวังว่าจะได้บ้านเร็วๆเพราะเริ่มอึดอัดขึ้นทุกวันแล้วเพราะเราไม่เคยอยู่กะพ่อแม่สามีแบบนี้ แต่เค้าดีมากนะโอมากะโอป้าถ้ายังไม่ได้บ้านไม่เป็นไรเจ๊มีที่ไปทำกินแล้ว 55555 บ้านเอ๋ที่อูเทรคเค้าก็ไม่มีเพื่อนหรอกอยู่มา 3 ปีแล้วเค้าเหงามากเลยเมื่อคืนไปทำหมูกะทะกะจิ้มจุ่มกินกันอย่างแซบเลยพี่หวาน

  11. My life in the Netherlands พูดว่า:

    มีที่แซ่บแล้วล่ะสิน้องเปิ้ล ค่อยๆปรับตัวนะจ๊ะ อีกหน่อยก็ชินกับสังคมที่นี่ไปเองล่ะจ๊ะ น้องเปิ้ลยังโชคดีนะ มีน้องถุงแป้ง ไว้คุยไว้เล่นเป็นเพื่อนคลายเหงา มีสามีที่น่ารัก และมีพ่อแม่สามีที่คอยดูแลเอาใจใส่ อยู่กับวันนี้ให้มีความสุข เรื่องของวันพรุ่งนี้ค่อยปล่อยให้มันเดินทางของมันตามกาลเวลาก็แล้วกันนะจ๊ะ

  12. sinenart พูดว่า:

    ใช่ค่ะพี่หวานเนี่ยยังดีนะคะที่มีถุงแป้งเอาไว้คุยคลายเหงา แต่บางทีมันก็ยากที่จะเข้าใจคนที่นี่แม้กระทั่งคนไทยด้วยกันบางคนที่นี่ก็ชอบเหยียบย่ำซะเหลือเกินก็ต้องเลือกๆคบดู คิดถึงพี่หวานนะคะเนี่ยถุงแป้งก็ถามหานะ

  13. Only Phatty พูดว่า:

    ว้าว สรุปทุกเรื่องราวได้ยอดไปเลยค่ะ แล้วจะตามมาอ่านบ่อยๆนะคะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ

  14. pechaya พูดว่า:

    ขอบอกว่าเขียนได้กินใจมากอ่านแล้วก็น้ำตาไหลเพราะตอนนี้ก็มาอยู่ออสเตรียได้ใกล้จะสองเดือนแล้ว อาการเหงาก็เริ่มเข้ามาในใจ กำลังคิดย้อนไปที่เมืองไทยและเปรียบเทียบกับที่นี่ยิ่งทำให้คิดถึงเมืองไทยมาก ตอนนี้อยู่ในช่วงปรับตัวปรับใจก็มีน้ำตาเป็นเพื่อนเวลาเหงาและดีใจ ข้อความข้างบนเหมือนกับที่เราคิดอยู่ไม่มีผิดเลยและมีอีกหลายเรื่องที่แตกต่างกันเยอะคิดว่าคนเขียนก็คงจะบรรยายในนี้ได้ไม่เพียงพอก็เขียนคร่าวๆแต่มีความหมายมาก รักเมืองไทยสุดหัวใจเช่นกันค่ะ

  15. My life in the Netherlands พูดว่า:

    สวัสดีค่ะคุณ pechaya jantana ขอบคุณนะคะที่แวะเข้ามาที่เสปชของหวาน …เมื่อเราห่างไกลจากเมืองไทยแล้วเราจะรู้สึกรักและคิดถึงเมืองไทยใช่ไหมคะ??? คิดว่าหลายๆคนก็คงจะเป็นเหมือนกันค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s