ตารางชีวิตที่ยังไม่ลงตัว


 

 

         ตั้งแต่กลับมาจากเมืองไทยได้ก็เดือนกว่าเข้าไปแล้ว แต่ทำไมดูเหมือนว่าตารางชีวิตของฉันเอง ยังไม่ลงตัวยังไงบอกไม่ถูก ทุกวันยุ่งเช้าจดเย็นทุกวัน ทุกนาที ทุกชั่วโมง ทุกวัน ดูรีบร้อน เร่งรีบไปหมด ยังมีอะไรต่อมิอะไรที่อยากทำแล้วทำไม่ทัน หรือทำได้ไม่ดีก็มีออกให้ไม่สมอารมณ์หมายอยู่หลายที เลยดูเหมือนว่าหลายต่อหลายอย่างไม่ลงตัวสักที

 

           กลับมาจากเมืองไทย  ก็บินต่อไปเที่ยวฮังการี พอกลับมาก็ลุยงานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ลืมหูลืมตา เพราะงานคือเงิน  เงินคืองาน ถ้ากระเป๋าไม่ตุงอย่างอื่นก็ต้องฟีบตาม และก็ลางานบ่อยเกินไปก็เกรงใจเจ้านายด้วย แต่…ทำงานได้อาทิตย์หนึ่งเต็มๆ ก็ต้องลาอีกแล้ว ลายาวด้วย เพราะน้องสาวกับน้องเขยจากเมืองไทย บินมาเที่ยวยุโรป ก็เลยต้องลางานพาน้องเที่ยวเอาแบบชนิดออกจากบ้านแต่เช้าเจ็ด แปดโมงเช้าทุกวัน กลับบ้านเที่ยงคืน แบบสะบักสะบอมกลับบ้านกันทุกวัน เพราะเหนื่อยกับการเดินทาง และการเดินเท้า ในแต่ละสถานที่

 

                แต่ดูเหมือนว่า เรากลับมาจากเมืองไทย นานหลายเดือน แล้วซะเหลือเกิน แต่จริงๆแล้วเพิ่งเดือนกว่าเอง และทางโรงเรียนสอนขับรถ ก็บอกว่าหวานเธอจะต้องสอบภาคปฏิบัติแล้วนะ อ้าว…ลืมหมดแล้วอ่ะ ที่เรียนไป  เรียนแบบไม่ต่อเนื่องด้วย เรียนๆๆๆ แล้วก็บินกลับเมืองไทย อยู่เมืองไทยก็ขับแต่รถเกียร์ออโต้ กลับมาเนี่ย ต้องมาหัดเกียร์ธรรมดาอีก และก็การขับรถที่เนเธอร์แลนด์นั้น ดูๆแล้วเหมือนง่าย แต่จริงๆแล้ว กฏระเบียบหยุมหยิมมากมาย  แต่ถ้าขับได้เหมือนคนดัตช์ขับรถแล้วก็ถือว่าเป็นการขับรถที่ปลอดภัยไร้กังวล เพราะทุกคนขับรถถอดบล๊อกเดียวกันออกมาเลยก็ว่าได้ เพราะทุกคนไม่อยากทำผิดกฏระเบียบและทุกคนไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะทำผิดกฏระเบียบแต่ละครั้งนั้น จ่ายค่าปรับแบบเลือดซิบๆ เลยก็ว่าได้ นี่ก็คืออีกช้อยส์หนึ่งที่ทำให้ชีวิตช่วงนี้ดูยุ่งวุ่นวายไปพอสมควร เพราะถ้ามีเวลาว่างก็ต้องหาที่เงียบๆ ไปแอบซ้อมขับรถเอง (อันนี้ไม่แนะนำให้ทำตามอย่าง เพราะถือว่าอันตราย) แต่ถ้าไม่แอบซ้อมเอง ก็ไม่ค่อยมีเวลาสักเท่าไหร่ เพราะเวลาที่เราให้กับโรงเรียน เขาก็สอนไม่ได้ เวลาที่โรงเรียนให้มา เราก็ไม่ว่าง เอาเป็นว่าสองทางสวนทางกัน และเรียนขับรถที่มาสตริกชั่วโมงละ 40 ยูโร เพราะฉะนั้นถ้าเรียนนาน ไม่เป็นสักที ก็ลองบวกลบ คูณ หาร เข้าไปล่ะกันว่า ค่าเรียนอยู่ที่เท่าไหร่ และแต่ละโรงเรียนมาแบบเดียวกันเป๊ะคือ ราคาต่อชั่วโมงเท่ากันหมด  และหลักสูตรเหมือนกันหมด คือต้องเรียนอย่างน้อย 30 ชั่วโมงขึ้นไป และสอบเก็บคะแนนหรือที่เรียกว่า Toetsentijd Toets  145 ยูโร ต่อครั้ง  และสอบภาคปฏิบัติ Praktijk Examen  195 ยูโรต่อครั้ง ถ้าสอบไม่ผ่าน ทุกอย่างสอบใหม่หมด จ่ายใหม่หมด และต้องทำให้ได้ภายในหนึ่งปี เพราะว่าใบประกาศที่ไปสอบภาคทฤษฏีมามีเวลาให้หนึ่งปี ถ้าภายในหนึ่งปีสอบไม่ผ่าน ต้องทำการสอบใหม่หมดตั้งแต่ภาคทฤษฏีมาเลย เพราะฉะนั้นระยะเวลาหนึ่งปีดูเหมือนนาน แต่มันแป๊บๆ เท่านั้นเอง  ทุกอย่างมันหมายถึงเงินที่ต้องจ่ายออกทุกวัน คนที่นี่ค่อนข้างจะระมัดระวังเรื่องการใช้เงิน แต่เราที่เป็นคนต่างชาติซะอีก เคยใช้เงินมือเปิบอย่างไรที่เมืองไทย ก็ยังใช้อย่างนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง เพราะคิดว่าเงินทองหามา ใช้ไปเพื่อความสุขวันนี้ เหลือไว้บ้างนิดหน่อย เพื่อวันข้างหน้า เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้านั้น มันจะมีให้เราสักกี่วัน แต่ดีตรงที่ว่า ตัวคนเดียว หาคนเดียว ใช้คนเดียว สบายใจหายห่วง ….

 

                เฮ้อ…หลายวันมากเลย ที่ไม่ได้มีเวลาเข้าเน็ท วันนี้เลยเข้ามานั่งฟังเพลงจากยูทูป และก็นั่งอัพเสปช ไปในตัว ถือเป็นการพักผ่อนแบบ 3 อิน 1 ไปในตัวก็แล้วกัน

 

    ยุ่งๆ อย่างนี้ก็เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย แต่ก็เอาน่า ชีวิตไม่ได้ยุ่งทุกวันหรอกเนาะ จะว่าไปยุ่งดีกว่าไม่ยุ่ง เหนื่อยดีกว่าไม่เหนื่อย เพราะคนที่ไม่ยุ่งไม่เหนื่อยคือคนที่ไม่ได้ทำอะไร เมื่อไม่ได้ทำอะไรก็คือ ว่าง นั่นเอง เพราะฉะนั้นตัวเรา เป็นคนเลือกเองว่า จะยุ่งหรือจะว่าง ยิ้มแฉ่ง

 

 

 

 

เกี่ยวกับ My Life in The Netherlands and Belgium

All Happy Times in Thailand and The Netherlands + Belgium in my life.
ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องราวของเราเอง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s