คำพูดใสๆ ของเด็กไร้เดียงสา แต่ว่า…..


 
    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปตะรอนกินที่บ้านแม่พัทคนสวยที่ Boxmeer ที่อยู่ใกล้ Nijmegen ถือว่าไกลจากมาสตริกอยู่พอสมควร ด้วยระยะทางรถก็ประมาณสองชั่วโมง แต่งานนี้ก็ต้องขอบคุณสารถีรูปหล่ออย่างมิชาสามีสุดที่รักของน้องน้อยและพ่อที่แสนดีของน้องมินท์และน้องเมย์
   พวกเรานัดเจอกันวันนี้ถือว่าเป็นวันดีเพราะว่าเป็นวันพ่อของทางเนเธอร์แลนด์ Vader dag ฟาเดอะ ดั๊ก และก็ถือว่าเป็นวันแรกของฤดูร้อนด้วย  Begin van de zomer บีกิน ฟาน เดอะ โซเมอะ แต่ดูท้องฟ้าแล้ว ไม่น่าจะเป็นโซเมอะ สักเท่าไหร่ เพราะฝนตกปรอยๆ และก็บางครั้งก็แดดออก ลมแรง หนาว และบางครั้งเมฆตั้งเค้ามาดำปึ๊ดเลย แล้วพวกเราก็นัดกันกินบาร์บีคิวในสวนด้วย ถ้าฝนตกงานนี้กร่อยแน่ๆ ประมาณเกือบเที่ยงพวกเราก็ถึงบ้านพัทที่บ๊อกซ์เมียร์
   หนึ่งปีผ่านไปหลังจากเจอพัทที่บ้านพี่มยุรี ณ วันนี้ พัทก็ยังสวยเซ็กซี่ไม่มีเปลี่ยนเหมือนเดิม และก็สาวน้อยชลิตา และหนุ่มน้อยดนัย ลูกของแม่พัท กับ พ่อชาร์ค ก็ยังสวยหล่อน่ารักเหมือนเดิม และไม่นานครอบครัวของพี่มยุรีก็มาถึงเหมือนกัน ขอบอกว่าอาหารวันนี้ถูกใจคอกินอย่างหวานเอาอย่างมาก แลบลิ้น แกงอ่อมหอย ก้อยกุ้ง ลาบหมู ส้มตำ ยำหูหมู ข้าวเหนียว ส่วนบาร์บีคิวยกให้เป็นของเด็กและก็ฝ่ายชายนั่งโซ้ยกันไป พวกเราสาวๆไทย ก็นั่งโซ้ยกันในบ้าน เพราะฉะนั้นอากาศจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเราเลยยิ้มแฉ่ง 
 
  หวานรู้จักกับพี่มยุรี และพัท ตั้งแต่ตอนไหนเมื่อไหร่ อะไรยังไง ไม่รู้ รู้แต่ว่าวันหนึ่งเมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมาได้รับโทรศัพท์จากพี่มยุรี พี่เค้าก็บอกว่าติดตามอ่านเสปชหวานมานานแล้ว อยากติดต่อ อยากรู้จัก ได้เบอร์มาจากเสปชหวาน พูดจาแนะนำ พูดคุย แล้วพี่มยุรี พัท และ พี่เทียน ก็หาเวลานัดที่จะเจอหวาน และแล้ววันหนึ่งพวกเราก็ได้เจอกันเมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมาที่ Valkenswaard ที่บ้านพี่มยุรี และหลังจากนั้นก็ติดต่อพูดคุยกันผ่านเอ็ม ผ่านโทรศัพท์ หรือผ่านอีเมล์มาเรื่อย จนกระทั่ง ณ วันนี้ที่พวกเรา ได้ถือโอกาสกลับมาเจอะเจอกันอีกที ก็ถือว่าเป็นมิตรภาพที่ดีสำหรับพวกเราคนไทยไกลบ้าน ที่มีให้กันและกัน แค่มีเพื่อนได้พูดคุยได้ปรึกษาหารือเวลามีปํญหาคาใจ หรือปัญหาโลกแตก มีใครสักคนคอยรับฟังแค่นี้ก็น่าจะพอสำหรับคนพลัดถิ่นอย่างพวกเรา
 
   ช่วงที่แม่ๆ ทั้งหลาย กำลังง่วนทำกับข้าวกันอยู่ หวานก็เดินชมบ้าน ชมสวนของพัท ไปเรื่อยเปื่อย เพราะช่วยเรื่องในครัวหวานคงไม่ค่อยถนัด และก็คงยิ่งทำให้เกะกะมากขึ้น ก็เลยแยกกลุ่มออกมาอยู่กับเด็กๆน่าจะดีกว่า น้องเมย์ น้องมินท์ ลูกของแม่น้อยก็ง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์กับเกมส์แต่งตัว ดนัยกับโอปอ ก็จะเล่นตัวต่อเลโก้ ของเค้าไป ส่วนสาวน้อยชลิตานี่สิ เค้าจะชอบมานั่งใกล้ๆหวาน ชวนคุย ชลิตาพูดได้ทั้งไทยและดัตช์ ถ้าหวานถามภาษาไทยเค้าก็จะตอบภาษาไทย ถ้าถามภาษาดัตช์ชลิตาก็จะตอบภาษาดัตช์ ดนัยก็เหมือนกัน  ชลิตาเป็นเด็กที่ไม่กลัวที่จะพูดคุยกับคนแปลกหน้าอย่างป้าหวาน เค้าจะพูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก ซึ่งผิดกับเด็กทั่วไปที่ต้องใช้เวลาปรับตัวนิดหนึ่งเพื่อสร้างความเคยชินก่อน แล้วหลังจากนั้นถึงจะพูดคุยกันต่อไป  ชลิตาอายุแค่ 4 ขวบเอง แต่ก็ดูรู้เรื่องเกินเด็กสี่ขวบ มีอยู่ช่วงหนึ่งหวานได้พูดคุยกับชลิตาว่า ….
 
ป้าหวานถาม..ชลิตาทำไมหนูถึงได้พูดไทยเก่งอย่างนี้ล่ะลูก
ชลิตาตอบ … เพราะแม่ของน้องเป็นคนไทย (ชลิตาจะใช้คำแทนตัวเองว่าน้อง เพราะเค้าเป็นน้องพี่ดนัย)
ป้าหวาน …ฟังแล้ว มีความรู้สึกว่า มันเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกๆอยู่ตรงลำคอและน้ำอุ่นๆมาเรื่ออยู่ในเบ้าตา คือสะอึกกับคำพูดของเด็กเท่านั้นเอง ชลิตาอายุแค่ 4 ขวบ เด็กตัวแค่นี้เค้าคงไม่รู้หรอกว่า ความหมายของคำว่าแม่ของน้องเป็นคนไทย นั่นหมายความว่าอย่างไร…แต่คนฟังอย่างป้าหวานฟังแล้ว รู้สึกภูมิใจแทนแม่พัทจังเลยว่า อย่างน้อยลูกสาวตัวน้อยๆของแม่พัท ที่กำลังจะเติบโตงอกงามขึ้นมาเป็นดอกไม้ที่สวยงามของแม่พัทนั้น เค้ารู้ว่าแม่เค้าเป็นคนไทยเพราะฉะนั้นเค้าไม่อายที่จะพูดภาษาไทย และเค้ารู้ว่าเค้าจะต้องพูดภาษาไทยเพราะแม่เค้าเป็นคนไทยนั่นเอง ซึ่งน้อยนักน้อยหนาที่เด็กลูกครึ่งไทยในต่างแดนจะพูดภาษาของแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองได้  แต่ดนัยกับชลิตาพูดได้ และทั้งสองมีความเป็นไทยค่อนข้างสูง คืออ่อนน้อมและสงบเสงี่ยม และช่วงหนึ่งที่ได้คุยกับชลิตาว่า อันนี้ก็คงจะขึ้นอยู่กับการสั่งสอนของทั้งพ่อและแม่อย่างแน่นอน
 
ป้าหวาน…บ้านหนูสวยจังเลยเนาะ ทุกอย่างเขียวหมดเลย ดอกไม้หน้าบ้านก็สวย สวนหลังบ้านก็สวย
ชลิตาตอบว่า  …แต่แม่ก็ต้องทำงานหนัก แม่ต้องทำความสะอาดบ้าน ต้องรดน้ำต้นไม้ (นั่นคือคำตอบจากปากหนูน้อยชลิตา)
แสดงว่าเด็กเค้าคอยสังเกตอยู่เสมอว่า วันหนึ่งๆ แม่ทำอะไรบ้าง และการที่แม่ต้องทำงานบ้าน รดน้ำต้นไม้นั่นคือการทำงานหนักของแม่ ซึ่งจะมีเด็กที่ไหนเข้าใจคำว่าทำงานหนักของแม่และพ่อบ้าง เด็กก็คือเด็ก อยากเล่น อยากทุกสิ่งอย่างที่เค้าอยาก เด็กเค้าคงไม่มาสังเกตสังกาหรอกว่า วันหนึ่งๆ พ่อ แม่ ทำอะไรบ้าง เหนื่อยไหม หนักไหม นั่นคือสัญชาตญาณของเด็ก แต่ชลิตาเค้ารู้ เค้าสังเกต
 
    เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวบริสุทธิ์ จะแต่งเติมเสริมแต้มสีอะไรลงไปก็คงจะมองเห็นสีสันได้ง่ายตามแต่ผู้แต่งแต้มจะละเลงสีสันลงไปบนผ้าขาวผืนนั้น ในห้วงความคิดของหวานตอนนี้ มองเห็นแม่พัทกำลังลงมือแต่งแต้มสีสันลงไปในตัวสาวน้อยชลิตาอย่างประณีตบรรจง เพื่อที่จะให้ผ้าขาวผืนนี้ออกมาสวยงามอย่างใจหวัง ป้าหวานก็หวังเหมือนแม่พัทนะ อยากเห็นสาวน้อยชลิตา เติบโตขึ้นมาแบบหน้าตาลูกครึ่งแต่ว่ามีความเป็นไทยหลงเหลืออยู่ในตัว ไม่ว่าจะเป็นกริยาท่าทางหรือวจีวาจาที่จะบ่งบอกถึงความเป็นไทยอย่างชัดเจนเหมือนแม่ผู้ให้กำเนิดของเค้า และอยากให้เค้ามีความภูมิใจในเกียรติภูมิและชาติภูมิของแม่บังเกิดเกล้าของเค้าและเค้าภูมิใจที่จะบอกกับใครๆว่า……ฉันมีแม่เป็นคนไทย…. 
 

Photobucket

             บางครั้ง คำพูดของเด็ก เค้าพูดออกมาด้วยความคิดที่ใสซื่อบริสุทธิ์ไร้มารยา แต่ว่า..บางครั้งคำพูดที่ไร้เดียงสานั้นอาจทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราที่ได้ฟัง ต้องมานั่งคิดคำนึงถึงคำพูดที่เค้าเปล่งออกมา คำพูดที่ไร้เดียงสาของเค้านั้นกลับกลายเป็นคำพูดกระตุกความคิดของผู้ใหญ่ให้ได้คิดทบทวนอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะมากมาย เด็กที่เค้าพูดออกมาเค้าไม่รู้ลึกซึ้งถึงความหมายในประโยคหรือถ้อยคำที่พูด เพราะเค้ารู้เพียงแต่ว่าเค้าพูดออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ  จากความจริงที่เค้ารู้เค้าเห็น เค้าได้ยิน ได้ฟังมาเท่านั้นเอง

 
 
 
  

เกี่ยวกับ My Life in The Netherlands and Belgium

All Happy Times in Thailand and The Netherlands + Belgium in my life.
ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องราวของเราเอง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

8 ตอบกลับที่ คำพูดใสๆ ของเด็กไร้เดียงสา แต่ว่า…..

  1. Only Phatty พูดว่า:

    ต้องชื่นชมคุณแม่ของน้องชลิตาและน้องพัทด้วยคนค่ะ เก่งจริง ตอนนี้ก็พยายามให้ลูกสาวพูดไทยให้มากขึ้น คล่องขึ้น …… เพื่อเค้าจะได้พูดได้อย่างเต็มปากบ้างว่า แม่ฉันเป็นคนไทยขอบคุณที่แชร์เรื่องราวดีๆๆค่ะ

  2. จันทร์จิรา พูดว่า:

    หวัดดีคะพี่หวาน มาถึงที่เนธอร์แลนด์ได้เดือนนึงแล้วแต่ว่าแฟนของเปิ้ลไม่มีวันว่างเลย ทำงาน 6 วันตลอดเพราะเร่งกลับไปแต่งงานที่เมืองไทย ถ้าหลังจากกลับมาจากเมืองไทยแล้วคิดว่าเราน่าจะได้เจอกัน เพราะงานแฟนคงไม่เยาะเท่าไร เพราะว่าลูกค้าคงไม่เยาะน่าจะปลีกตัวไปเที่ยวได้คะ

  3. path พูดว่า:

    ขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีๆแบบนี้นะคะคุณหวาน แล้วก็ขอบคุณคุณPhattyด้วยค่ะ….

  4. My life in the Netherlands พูดว่า:

    … แม่พัท หวานว่า แม่พัทเอาเรื่องราว ที่ส่งไปให้หวานที่เมล์ เอามาแปะที่นี่ดีไหม ว่าวิธีการสอนลูกครึ่งให้พูดไทย ทำอย่างไร ลูกถึงจะพูดไทยได้ในต่างแดน แล้วแต่แม่พัทนะจ๊ะ เพราะถ้าส่งไปข้างหลัง หวานก็ได้อ่านคนเดียว แต่ถ้าเอามาแปะข้างหน้า หลายต่อหลายคนก็ได้อ่านและอาจเป็นประโยชน์ด้วยก็ได้ … น้องเปิ้ล เนเธอร์แลนด์นั้นเป็นประเทศเล็กนิดเดียว พี่หวานว่าอีกไม่นานเราคงได้เจอกันค่ะ และก็ขอแสดงความยินดีกับงานมงคลสมรสด้วยนะคะ ขอให้สุข สมหวัง ดั่งตั้งใจทุกอย่างนะคะ …พี่หวานเห็นน้อง Phatty ร้องเพลง สบาย สบาย ด้วย อีกหน่อยน้องเค้าก็คงพูดไทย เป็นต่อยหอยเหมือนกันแน่ๆ จริงๆแล้ว แม่น้อง Phatty ก็ทำดีนะพี่หวานว่าให้น้องเค้าหัดใส่ชุดไทย และก็ให้ฟังเพลงไทย ร้องเพลงไทย ตั้งแต่เด็ก ค่อยๆ ซึมซับไปทีละเล็กละน้อย พี่หวานชอบดูรูปน้องเค้า ดูน่ารัก ร่าเริง แจ่มใสดี

  5. mayuree พูดว่า:

    ขอบคุณนะคะคุณ หวานที่ชมหลานสาวของพี่ พี่จำได้ว่าพยายามค้นหาหนังสือเรียนเกี่ยวกับภาษาดัสช์ และเทียนก็แนะนำเวปส์ ของคุณหวานให้พี่ ตอนแรกก็กะว่าจะแอบอ่านเก็บความรู้เพื่อเรียน ไปๆมาๆก็มีความสิเหน่หาเป็นอย่างมากก็ทำการหาที่อยู่และเบอร์โทร ก็ไดัรับการช่วยเหลือจาก เทียนอีกนั่นแหล่ะพี่ชอบคุณหวานมีหลายสาเหตุ พอเข้าไปอ่านเรื่องราวต่างที่คุณหวานเขียน ก็ยิ่งชอบมีแง่คิดสอดแทรก และตลก ช่วงระยะเวลาที่ไม่นาน ก็เหมือนว่าพี่ได้รู้จักคุณหวานมานานหลายปี ก็ต้องขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่มีให้กันคงมี สาวไทยไกลบ้านหลายคนที่ ชอบ และปลื่มคุณหวานเหมือนพี่และพัด

  6. path พูดว่า:

    หากว่าจะมีประโยชน์ มีข้อคิดต่อคุณแม่ที่อยูต่างแดนอีกหลายคน พัทก็ยินดีนะคะ

  7. Only Phatty พูดว่า:

    ขอบคุณนะคะพี่หวาน พยามที่จะพูดและสอนลูกสาวให้พูดไทยมากขึ้น ตอนนี้กำลังหัดให้เขียนไทยอยู่ (พอดีพี่สาวที่อยู่เมืองไทยส่งสมุดคัดไทยมาให้ลอง) ก็สนุกๆๆกันค่ะ มีงอแงขี้เกียจบ้าง แต่พยายามทำให้เค้าคุ้นเคยกับตัวหนังสือไทยและการสนทนาไทยให้มากขึ้นค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักแม่บ้านทุกท่าน คงต้องรบกวนปรึกษาและขอคำแนะนำคุณพัทบ้างนะคะ ….

  8. path พูดว่า:

    ยินดีที่ได้รู้จัก แล้วก็ยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเช่นกันค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s