Witte dag,Koude dag..Carnaval 2010 คาร์นาฟาลแห่งความหนาวเหน็บ


 
     วันอาทิตย์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553(2010) ตื่นเช้า ขึ้นมาค่อนข้างสายมาก เกือบสิบโมง พอก้าวลงจากเตียงแล้วเดินไปแหวกม่านดูภายนอก ไอ้หยา…ขาวไปหมดเลย แล้วหิมะก็กำลังตกอย่างมืดฟ้ามัวดิน ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ วันนี้ตอนเช้ามีนัดต้องไปทำบุญเลี้ยงอาหารพระ ร่วมกันในกลุ่มพวกเราชาวไทยในมาสตริก ที่ร้านอาหารเพชรไทย ตายละหว่า..เนี่ยจะสิบโมงแล้ว
 
     สิบโมงกว่าๆ ก็ดิ่งไปถึงร้านอาหารเพชรไทยท่ามกลางหิมะที่กระหน่ำลงมา ได้ร่วมทำบุญกันในหมู่ชาวไทยกลุ่มเล็กๆ ในวันที่ตารางชีวิต เกือบ 24 ชั่วโมง แน่นเอี๊ยด เพราะวันนี้ร้านรวงในมาสตริกปิดหมด เพราะคาร์นาฟาล เพราะฉะนั้นพวกเราชาวไทย เกือบทั้งหลาย ก็ว่างจากการทำงาน ก็นัดกันมาทำบุญในวันนี้ และวันนี้ยังเป็นวันแรกของคาร์นาฟาลที่มาสตริกด้วย หรือเรียกว่า Grote optocht โกร๊ทเตอะ อ๊บต๊อก วันแห่พาเหรด(หรือถ้าแปลตามตัวก็คือ ขบวนพาเหรดใหญ่) และวันนี้ยังเป็นวันตรุษจีนอีกด้วย  คือ ทุกอย่าง ไทย ดัตช์ จีน มารวมกันในวันเดียว วันนี้จึงเป็นวันนัดที่แน่นเอี๊ยด เต็มที่ แต่ก็น่ะ หนึ่งปีมีไม่กี่หน
 
    ทำบุญ อิ่มบุญ อิ่มใจ กันไปแล้ว พวกเราก็กินข้าวร่วมกัน สนทนาภาษาไทยกันไป เฮฮากันไปตามประสา แต่ว่าแต่ละคนก็อยู่กันนานเลยบ่ายโมงไม่ได้เพราะว่าทุกคนรีบที่จะไปดูหรือไปร่วมงานคาร์นาฟาลกัน ที่จะมีขึ้นในเวลา 14.00 เพราะฉะนั้นงานนี้เลยสลายตัวกันค่อนข้างเร็ว
 
    งานคาร์นาฟาลปีนี้ ตกอยู๋ในความหนาวเหน็บ เอาการเหมือนกัน เพราะตั้งแต่วันที่ 1 กพ. เป็นต้นมา หิมะก็ตกลงมาเรื่อย ไม่เคยหยุด คนส่วนมากก็ลุ้นว่า ช่วงคาร์นาฟาลอย่าให้หิมะตกลงมาหนัก ไปกว่านี้เลย เพราะมันจะเป็นปัญหาในการจัดงาน งานคาร์นาฟาลเป็นงานที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอคอย เก็บหอมรอมริบเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เพื่อกินและเที่ยว สนุกสนานกันเต็มที่ ในเวลาเพียงไม่กี่วันในหนึ่งปี แต่พายุหิมะก็ยังกระหน่ำลงมาไม่ยอมหยุด และอุณหภูมิก็ลบต่ำลงเรื่อยๆจนถึง -5 วันศุกร์ที่ 12 กพ. ทางการของเมืองมาสตริกประกาศว่า เนื่องจากตอนนี้หิมะตกหนักจนเกินไป และมากกว่าทุกๆ ปี ตอนนี้ ทางการไม่มีเกลือเพียงพอ ที่จะมาโรยถนน เพื่อให้หิมะละลาย เพราะฉะนั้นทางการจะโรยเกลือ แค่ auto snelweg =เอ๊าโต้ สเน็ลเว๊ก  =ทางด่วน  หรือถนนสายสำคัญๆ เท่านั้น และหลังจากนั้นก็มีประกาศจากทางการมาเรื่อยๆ ว่าให้ขับรถอย่างระมัดระวังในเส้นทางที่ไม่ได้โรยเกลือ เพราะถนนลื่น และ หิมะหนา  และประกาศที่ทำให้ทุกคนหวั่นไหวก็คือ  วันที่ 14 กพ.  ถ้าหิมะ ตกหนาเกิน 40-50 ซม. ก็จะงดงานคาร์นาฟาล เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายแก่มวลชนได้ …อันนี้แหละคือปัญหาใหญ่
 
   เมื่อปี 1996 งานคาร์นาฟาลเคยถูกยกเลิกไป เพราะพายุหิมะ เหตุการณ์นั้นคือในอดีต แต่วันนี้ทุกคนใจจดใจจ่อ ว่าจะยังไง หิมะก็ยังตกลงมาเรื่อยๆ ไม่หยุด ยิ่งเวลาล่วงไป หิมะก็ยิ่งตกหนัก แต่งานคาร์นาฟาล ก็ยังดำเนิน ไปได้ด้วยอากาศที่หนาวเย็นเอาการทีเดียว เพียงแต่ว่า ทางการประกาศว่า งานคาร์นาฟาลยังจะดำเนินต่อไป เพียงแต่ว่า ไม่อนุญาต ให้ใช้รถร่วมในขบวน ปรกติแล้ว ขบวน ก็มีจะมีรถแต่งสวยๆ เหมือนงาน แห่เทียน หรือ งานบุปผชาติที่เมืองไทย บ้านเรา แต่ปีนี้งด ขบวนอนุญาตให้แค่คนเท่านั้นเดิน เพราะถ้ามีรถร่วมในขบวนอาจจะเกิดอันตรายจากการลื่นไหลของรถได้  ปรากฏว่าทุกคนก็ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี เพราะแค่คนเดินพยุงตัวเอง ก็ยังพยุงตัวลำบาก ทุกคนก็คงะข้าใจว่า อะไรเป็นอะไร ปรากฏว่า คาร์นาฟาลปีนี้ก็ผ่านไปด้วยดีไม่มีปัญหา แม้จะหนาวเหน็บแค่ไหน คนที่นี่ก็ยังสนุกสนานกันเต็มที่
 
   เรื่องราวของงานคาร์นาฟาลนั้น เคยถามจากคนที่นี่ว่า ทำไมจะต้องมีเทศกาลนี้ด้วย ก็ได้รับคำตอบว่า สมัยก่อนโน้นๆๆๆๆ ในอดีตกาล ที่ยังมีการแบ่งชนชั้นวรรณะ กันอยู่นั้น คนที่อยู่ฐานะสูง ก็จะลงมา เสวนาปราศัยกับคนชั้นล่างอย่างกรรมกร หรือ ระดับรากหญ้า สามัญชนไม่ได้ ฐานะใคร ฐานะมัน กลุ่มใคร กลุ่มมัน แต่ ณ เมื่อวันหนึ่งไม่ปรากฏเวลาอันแน่ชัด ก็มีคนคิดเทศกาลที่จะมาลบล้างเรื่องชนชั้นวรรณะ เพื่อให้ทุกคนในเมืองได้ร่วมสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ด้วยการที่ยาจกอาจแต่งชุดเป็นพระราชา ข้าราชบริพารก็ได้ หรือ พระราชา อาจจะแต่งตัวเป็นยาจกก็ได้ แต่เพื่อไม่ให้ใครจำหน้าตาของตนได้ว่า แต่ละคนนั้นเป็นใคร ทุกคนก็จะใส่หน้ากาก หรือ ทาหน้าแต่งสีที่ใบหน้าของตัวเอง เพื่อปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเองได้ แล้วทุกคนก็สามารถร่วมดื่มร่วมกินกันได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีเรื่องของชนชั้นวรรณะเข้ามาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็เลยเกิดเทศกาลคาร์นาฟาลนี้สืบต่อกันมาเรื่อยๆ แต่เทศกาลนี้ก็ไม่ได้มีแค่ที่มาสตริกหรือจังหวัดลิมเบอร์กเท่านั้น แต่เยอรมัน และ เบลเยี่ยม ที่ตีวงล้อมรอบอาณเขตกันก็มีเหมือนกัน และในเวลาเดียวกันด้วย การนับเวลาจัดงานคาร์นาฟาล จะนับทางจันทรคติ คือไม่ได้นับวันที่ตามปฏิทินสากล กฏในการนับว่าจะจัดคาร์นาฟาลเมื่อไหร่นั้น คือจะนับว่า 5 สัปดาห์ก่อน วันปาเซิ่น Pasen Dag หรือวัน อีสเตอร์ของชาวคริสต์นั่นเอง เพราะฉะนั้น งานคาร์นาฟาลของแต่ละปี จึงไม่มีวันที่ที่แน่นอน ซึ่งก็ไม่ต่างอะไร กับการนับวันตรุษจีนของชนชาวจีนนั่นเอง  
 
 
 
 
   

เกี่ยวกับ My Life in The Netherlands and Belgium

All Happy Times in Thailand and The Netherlands + Belgium in my life.
ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องราวของเราเอง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

6 ตอบกลับที่ Witte dag,Koude dag..Carnaval 2010 คาร์นาฟาลแห่งความหนาวเหน็บ

  1. Anne พูดว่า:

    ขอบคุณสำหรับเกล็ดความรู้เทศกาลคาร์นาฟาลนะคะ แอนต้องใช้สอบอินเบอร์ฯด้วยล่ะ เห็นรูปแล้วก็อยากไปร่วมงานค่ะ ที่แถวบ้านมีแต่เด็กๆหรือผู้ใหญ่บางคนแต่งตัวแฟนซีเท่านั้นเอง ไม่มีงานอะไรเลยค่ะ คงมีสักปีที่ได้ไปเที่ยวช่วงคาร์นาฟาลนะคะ

  2. yata พูดว่า:

    ดูรูปคาร์นาฟาลและคำบรรยายตามรูปแล้วเคลิ้มเลย ได้อารมณ์จริงๆเลย 🙂

  3. a woman called JJ... พูดว่า:

    จะมาบอกให้หนูด่อน แต่งตัวในชุดแม่มดขี่บั้งไฟ ไม่ทราบจะทันหรือเปล่า

  4. My life in the Netherlands พูดว่า:

    น้องแอน ประวัติของคาร์นาฟาลนั้น พี่หวานไม่แน่ใจว่าเท็จจริงแค่ไหนนะ แค่ถามมาจากคนที่นี่ ถ้าจะให้ชัวร์แล้วเนี่ย ลองหาจากวิกีพีเดียดูอีกทีนะจ๊ะ

  5. My life in the Netherlands พูดว่า:

    น้องจุ๋ม ปีหน้าเราค่อยมาว่ากันใหม่นะ ถ้าน้องจุ๋มได้มาอยู่ที่นี่นะ พี่หวานว่าเราไปหาซื้อชุดที่สำเพ็งมาเตรียมไว้เลยก็ดี ชุดที่นี่นะ โห ราคาโหดมาก ขอบอก แต่ก่อนอื่น จะใส่ชุดอะไรก็ต้องคำนึงถึงอากาศด้วยล่ะจ้ะ หนาวมากกกกกกกกกกกกกกกก

  6. My life in the Netherlands พูดว่า:

    ไม่ทันแล้วค่ะ งานปิดไปเมื่อวานตอนบ่ายแล้วค่ะ แล้วก็ปีนี้ ไม่แต่งชุดอะไรเลยค่ะ เพราะชุดที่มีอยู่ต่อสู้กับอากาศที่หนาวเหน็บไม่ไหวแน่ๆ ถ้าใส่ออกไปได้แข็งตายกลางถนนเลยค่ะ แต่ถ้าแม่มดขี่บั้งไฟเนี่ย แล้วไอ้บั้งเนี่ยมันจะไม่ไปจิ้มทิ่มก้นคนอื่นร่วมขบวนเค้าหรือเนี่ย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s