หนึ่งวันสำคัญของคนไทยไกลบ้าน วันมาฆะบูชา


 
    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา เป็นวันมาฆะบูชา ได้ไปร่วมทำบุญที่วัดธรรมานิวาส (คลิกดูลิงค์ของวัด) ซึ่งเป็นวัดไทย ที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองอาเกิ้นในฝั่งประเทศเยอรมัน ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางจิตใจของคนไทยในสามประเทศคือ เนเธอร์แลนด์,เบลเยี่ยม,เยอรมัน วัดไทยแห่งนี้อยู่ไม่ห่างจากมาสตริกมากนัก ใช้เวลาแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้ว ตั้งแต่อยู่มาสตริกมาย่างเข้าปีที่ห้าแล้ว ก็ยังไม่เคยเดินทางไปวัดนี้สักทีแต่ได้ยินว่ามีวัดอยู่ใกล้ๆมาสตริก  วัดธรรมานิวาส เพิ่งจะย้ายมาตั้งที่นี่ได้ไม่กี่เดือน ซึ่งที่เดิมเป็นที่เช่านั้นคับแคบ หวานก็ไม่เคยเห็นเพราะไม่เคยไป  แต่ที่ตั้งวัดใหม่ สถานที่กว้างใหญ่พอสมควร แต่ว่าทุกอย่างจะต้องบูรณะใหม่หมด เพราะตัวอาคารทรุดโทรมมาก เท่าที่มองด้วยสายตาในวันนั้นน่าจะ 80 เปอร์เซ็นต์จะต้องทำการบูรณะซ่อมแซมใหม่หมดเลย  ถึงแม้ว่าสถานที่จะดูทรุดโทรมยังไง แต่ฟังจากเสียงของคนไทยทุกคนที่มาวัดในวันนั้น ทุกคนก็มองอาคารนี้ด้วยความปลาบปลื้มใจและดีใจที่คนไทยในเขตชายแดนสามประเทศจะได้มีวัดที่เป็นเสมือนศูนย์รวมจิตใจของคนไทยกันสักที ทุกคนมองไม่เห็นความเก่าของอาคาร ทุกคนมองไม่เห็นความไม่น่ามองของตัวอาคาร แต่เชื่อว่าสายตาคนไทยทุกคนในวันนั้นมองว่านี่คือวัด วัดที่จะเป็นวัดจริงๆของคนไทยในเขตชายแดนสามประเทศ  ทุกคนบอกว่าเป็นช่วงเวลารอคอยที่ค่อนข้างยาวนานมากๆ กว่าจะได้มีวัดจริงๆ มีพื้นที่เป็นของวัดจริงๆ แต่ต่อจากนี้ไป คนไทยในแถบนี้ คงต้องร่วมแรงร่วมใจกัน แบ่งปันทุนทรัพย์ตามกำลังศรัทธาของแต่ละคนเพื่อช่วยกันซ่อมแซมบูรณะวัดไทยแห่งนี้ให้เป็นวัดกันในเวลาอันใกล้ให้จงได้
 
..วัด..ทุกครั้งที่ได้ไปวัดจะรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก ชอบฟังเสียงพระสงฆ์สวดมนต์  ชอบฟังพระสงฆ์เทศนา ให้ศีล ให้พร ทุกครั้งที่ไปวัด ทำให้ใจตัวเองตระหนักอยู่เสมอว่า ชีวิตที่ก้าวเดินไป ต้องมีสติ ต้องมีสมาธิ อย่าประมาททั้งทางโลกและทางธรรม ไปวัดทุกครั้งได้สิ่งดีๆกลับมาทุกที เพราะฉะนั้นทำไมถึงชอบไปวัดทุกทีที่มีโอกาส
 
..การสวดมนต์.. ตามปรกติแล้ว เป็นคนชอบสวดมนต์เป็นการส่วนตัวอยู่แต่เดิมอยู่แล้ว เพราะตามความคิดของตัวเองแล้วการสวดมนต์ เปรียบเสมือนการดึงสติของตัวเราเอง ให้มาอยู่กับตัวของเราเอง ถ้าไม่เชื่อลองทำดูก็ได้ หาบทสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น หรือ คาถาชินบัญชร หรือ บทสวดมนต์บทใดก็ได้ มาลองนั่งสวดดู ถ้าเราสมาธิดี ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ล่องลอย เราจะสวดมนต์ได้แบบไม่มีที่ผิดเลย จะคล่องปาก รื่นหูมาก นั่นแสดงว่า จิตเรานิ่ง สมาธิเรามี แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ใจเราล่องลอย ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ความคิดฟุ้งซ่าน ใจไม่ได้ตั้งมั่นอยู่ที่บทสวดมนต์ เชื่อได้เลยว่าไม่เกินสามประโยค หลงทางแน่นอน …ไม่เชื่ออยากให้ลองทำดูเพื่อฝึกจิตและสมาธิของตัวเอง…เพราะอันนี้ตัวเองฝึกกับตัวเองอยู่เป็นประจำ  นั่นคือประโยชน์ของการสวดมนต์ในความคิดของหวานเอง
 
 
..ไปวัดในวันนี้ สิ่งที่เห็นแล้วดีใจอีกอย่างหนึ่งคือ เห็นฝรั่งหลายคนทั้งชายและหญิงสวดมนต์ทำวัตรเช้าได้ด้วยปากเปล่า โดยไม่ต้องดูหนังสือสวดมนต์เลย อันนี้ต้องให้สะกิดใจให้ตัวเองได้คิดว่า เราเป็นคนไทย เป็นพุทธศาสนิกชนมาแต่กำเนิด ได้ยินและฝึกสวดมนต์มาก็ตั้งนานจนอายุล่วงเลยมาจนป่านนี้ ยังสวดมนต์ปากเปล่าไม่ได้สักที ทุกครั้งที่ไปวัดยังต้องวิ่งหาหนังสือสวดมนต์อยู่ตลอด แต่ฝรั่งหลายคนไม่ต้อง ทุกอย่างออกมาจากสมองผ่านปากมาอย่างคล่องปรื๋อ และที่ทึ่งมากเข้าไปอีก คือฝรั่งสวด คาถาบารมี 30 ได้คล่องปรื๋อ อันนี้ถือว่ายากสำหรับตัวเอง เพราะปรกติจะไม่ค่อยได้ยินสวดนี้ตามวัดสักเท่าไหร่  เลยตั้งปณิธานไว้ในใจตัวเองว่า เราจะไม่เป็นพุทธแค่ตามทะเบียนบ้าน เราจะไม่เป็นพุทธแค่เป็นศาสนาประจำชาติ ต่อไปจะต้องฝึกสวดมนต์ทุกบทให้ได้จากปากตัวเองโดยไม่ต้องวิ่งหาหนังสือสวดมนต์อีกแล้วเมื่อไปวัด…ต้องทำให้ได้ ยิ้มแฉ่ง
 
…จริงๆแล้ว อยากให้คนไทยเราไปวัด เมื่อมีโอกาสหรือควรจะหาโอกาส ไปวัดเพื่อทำให้ใจปกติ สงบ ใจจะได้สบาย อารมณ์ดี ไม่อยากให้คนไทยไปวัดเพราะสาเหตุว่า..อกหัก รักพัง ผิดหวังในชีวิต เศรษฐกิจไม่พอปากพอท้อง แล้วค่อยร้องหาวัด เพื่อขจัดปัดเป่าความเศร้าหมองภายในจิตใจ ในความคิดของหวานเอง เมื่อสภาพจิตใจเราดี ปรกติ เราจึงสมควรไปวัด เพราะถ้าใจเราพร้อม ร่างกายเราพร้อม เราก็พร้อมที่จะรับแต่สิ่งดีๆเข้ามาในใจของเรา แต่เมื่อไหร่ ที่จิตใจเราเศร้าหมอง สภาพร่างกายอ่อนแอ ในความคิดของหวานเมื่อนั้นไม่สมควรไปวัด เพราะเมื่อใจเราไม่พร้อมและจิตใจไม่ปลอดโปร่ง ไปฟังเทศน์ฟังธรรมก็เท่านั้น ไม่ได้ประโยชน์อันใด
 
…ไม่ยอมเรียนหรือจะรู้
…ไม่ยอมดูหรือจะเห็น
…ไม่ยอมฟังหรือจะได้ยิน
…ไม่ยอมทำหรือจะเป็น
…จะลำเค็ญจนแก่ตาย
(หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี)
 
 

เกี่ยวกับ My Life in The Netherlands and Belgium

All Happy Times in Thailand and The Netherlands + Belgium in my life.
ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องราวของเราเอง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s