กรณีศึกษา เรื่องราวความรักของหนุ่มดัตช์ กับสาวไทย ทำไมถึงจบลง??


 
 ** ต่อเนื่องจากบล๊อกข้างล่าง**
 
 
 **** กรณีศึกษา เรื่องราวความรัก ของหนุ่มดัตช์ กับ สาวไทย ทำไมถึงจบลง ****
 
**  ฝั่งสาวไทย **
 
กรณีที่ 1…พี่หวานหนูอยู่เนเธอร์แลนด์มา 6 ปีแล้วค่ะพี่  มีลูกชายสองคน คนแรก 4 ขวบ คนที่สองขวบครึ่ง พี่หนูมีปัญหาอยากปรึกษา หนูสอบอินเบอร์ฯยังไม่ผ่าน พาสดัตช์ยังไม่ได้  ตอนนี้หนูเริ่มมีปัญหาระหองระแหงกับแฟนค่อนข้างบ่อยค่ะ ดูเหมือนเราจะอยู่กันไม่ยืดค่ะพี่ แต่ติดปัญหาที่หนูมีลูก จะทำอะไรหนูก็คงต้องคิดถึงลูกก่อน แต่กับแฟน หนูก็แทบจะไม่ไหวแล้วพี่ ทนสุดๆค่ะตอนนี้ พี่หนูอยากถามพี่ว่า..ถ้าหนูเลิกกับแฟน แล้วทางการที่นี่เค้าจะส่งหนูกับลูกกลับเมืองไทยหรือเปล่า? หนูกลุ้มมากเลยพี่ ไม่รู้จะปรึกษาใครดี หนูไม่เคยคุยกับพี่ ไม่รู้จักพี่เป็นการส่วนตัว แต่หนูก็เห็นหน้าพี่ทุกวันจากอินเทอร์เน็ท จนดูเหมือนหนูคุ้นเคยกับพี่ …พี่ตอนนี้หนูกลัวว่าถ้าหนูเลิกกับแฟน แล้วหนูต้องหอบลูกกลับเมืองไทย เพราะหนูยังสอบไม่ผ่านและยังไม่ได้สัญชาติดัตช์ หนูควรจะทำอย่างไรดีค่ะพี่….ฯลฯ…
 
 
กรณีที่ 2…น้องหวานพี่แต่งงานกับผู้ชายดัตช์มาแล้ว 13 ปี แต่พี่อยู่เมืองไทย 6 เดือน เนเธอร์แลนด์ 6 เดือน ทำอย่างนี้ทุกปีเพราะแฟนพี่เกษียณแล้ว ตั้งแต่พี่แต่งงานมา พี่ไม่เคยไปโรงเรียนเพื่อเรียนภาษาดัตช์ เพราะพี่อยู่ที่เนเธอร์แลนด์แค่ครึ่งปี ทางการเลยไม่ตามให้พี่ไปเรียนภาษา พี่ถือบัตร Verblijftsdocument ต่อทุกๆห้าปี พี่มีปัญหาจะถามน้องหวานว่า…ตอนนี้สามีพี่เพิ่งเสียชีวิตลงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พี่ต้องทำอย่างไรต่อไป? พี่จดทะเบียนสมรสกับแฟนอย่างถูกต้องตามกฏหมาย  พี่ไม่รู้จักใครเลยที่นี่ เพราะพี่อยู่เนเธอร์แลนด์แค่หน้าร้อนเท่านั้น มีคนแนะนำให้พี่ลองมาถามน้องหวานดู เพื่อน้องหวานมีคำแนะนำพี่บ้าง..พี่กับแฟนไม่มีลูกด้วยกัน..พี่ไม่เคยไปโรงเรียนเพื่อเรียนหลักสูตร อินเบอร์ฯ…พี่ยังไม่ได้สัญชาติดัตช์….ฯลฯ
 
 
กรณีที่ 3…น้องหวานพี่อยู่กับแฟนมาห้าปีกว่าแล้ว…ตอนนี้พี่เลิกกับแฟน และ ตอนนี้พี่ออกมาจากบ้านแฟนแล้ว…แต่พี่มีปัญหาจะถามว่า..พี่สอบผ่านแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้ยื่นขอสัญชาติดัตช์…พี่จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า พี่ต้องทำอย่างไร? หาแฟนใหม่ให้แฟนใหม่รับรองหรือว่า ยื่นขอสัญชาติดัตช์ดี พี่มีงานทำรายได้พอเลี้ยงตัวเองได้ให้อยู่รอดในเนเธอร์แลนด์…ฯลฯ…
 
กรณีที่ 4…หนูเพิ่งมาอยู่เนเธอร์แลนด์ได้ 7 เดือนค่ะพี่ ตอนนี้หนูทะเลาะกับแฟนเกือบทุกวัน บางทีมีลงไม้ลงมือด้วย หนูไม่เข้าใจว่าทำไมตอนที่หนูมาแบบวีซ่าท่องเที่ยวแฟนหนูดีกับหนูสารพัด แต่ตอนนี้หนูมาอยู่กับแฟนด้วย เอ็มวีวีวีซ่า แค่ 7 เดือนเอง ลายเค้าก็เริ่มออก ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย…หนูยังไม่ได้ไปโรงเรียนเลยค่ะ ถ้าหนูจะหนีไปจากแฟน หนูจะมีปัญหาเรื่องวีซ่าหรือเปล่าพี่? หนูต้องกลับเมืองไทยหรือว่าหนูอยู่ต่อได้ ถ้าหาผู้ชายคนใหม่รับรองได้…ฯลฯ…
 
กรณีที่ 5…อยู่ที่เนเธอร์แลนด์ เกือบจะสามปี ในอีกไม่กี่เดือนนี้ แต่นิสัยแฟนเรานั้นสุดจะเหลือทน ขี้หึงมาก เราออกไปทำงานนอกบ้านไม่ได้เลย คุยกับผู้ชายคนอื่นก็ไม่ได้ อยู่เมืองไทยเราทำงานได้เงินเดือนเกือบห้าหมื่น แต่มาอยู่ที่นี่อยากออกไปทำงานนอกบ้านแฟนก็ไม่ให้ไป วันๆ เราก็อยู่แต่บ้าน อยากซื้ออยากได้อะไรก็ต้องคอยแบมือขอเงินแฟน เวลาเค้าไม่พอใจอะไรก็ชอบมาลำเลิกบุญคุณเรื่องเงินกับเราตลอดเบื่อมาก….อยากไปให้พ้นๆ แต่ว่าเรายังไม่ได้สัญชาติดัตช์ รู้ว่าถ้าไปจากเขา เผื่อเค้าเกิดแจ้งระงับการเป็นผู้การันตรีเรา เราก็คงแย่คงต้องกลับเมืองไทยอย่างเดียว แต่ใจเรานั้นเรายังอยากอยู่เนเธอร์แลนด์ ต่อไป..ตอนนี้บอกตรงๆว่าเราเบื่อและเซ็งชีวิตสุดๆ อยากหนีไปจากแฟนให้พ้นๆ เราขอโทษนะ เมื่อยามมีทุกข์ถึงคิดถึง..ฯลฯ
 
กรณีที่ 6 … พี่หวานหนูอยู่นี่ 7 ปีกว่าแล้วค่ะ หนูมีงานเป็นแบบ Vast baan แต่ตอนนี้หนูเลิกกับแฟนคนดัตช์แล้ว เราไม่มีลูกด้วยกัน หนูสอบอินเบอร์ฯยังไม่ผ่าน ไม่มีพาสดัตช์ ตอนนี้หนูย้ายออกมาจากแฟนแล้ว แต่ชื่อของหนูยังอยู่กับแฟนเหมือนเดิม หนูจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าพี่ งานของหนูรายได้อยู่ที่ +- 1600.- ยูโรต่อเดือน…ฯลฯ….
 
กรณีที่ 7…พี่อยู่ที่นี่มา 5 ปีแล้วค่ะ พี่สอบอินเบอร์ฯผ่านแล้วได้นิโฟ 4 และจบ Opleiding สายโรงแรมของที่นี่ พี่ยังไม่มีพาสดัตช์ เพราะไม่เคยคิดที่จะขอและพี่คิดว่ามันไม่จำเป็น ตอนนี้พี่ทำงานโรงแรมอาทิตย์ละ 20 ชั่วโมง เป็นสัญญาจ้างงานชั่วคราว ตอนนี้พี่เลิกกับแฟน  และย้ายออกมาจากแฟนมาเช่าห้องอยู่คนเดียว แต่ชื่อพี่ยังอยู่กับแฟนเหมือนเดิม…พี่อยากถามว่า ถ้าเกิดแฟน เค้าแจ้งไม่รับรองเราแล้วพี่จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? ฯลฯ
 
********************
 
กรณีพิเศษ(เกิดขึ้นทางฝั่งเบลเยี่ยม)….สาเหตุที่หวานยกกรณีนี้ขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษสำหรับตัวเองสาเหตุเพราะกับน้องคนนี้ เราสองคนรู้จักกันผ่านโลกไซเบอร์ตั้งแต่น้องยังอยู่เมืองไทย ด้วยการที่น้องเสิร์จหาเว็บไซด์เกี่ยวกับการเรียนภาษาดัตช์แล้วน้องแอ๊ดมาคุยกับหวานจนเราสองคน ได้รู้จักสนิทสนมกันเรื่อยมาผ่านโลกไซเบอร์ รับรู้เรื่องราวความรักของน้องเรื่อยมา ตั้งแต่ต้นรักเริ่มผลิบาน จนกระทั่งติดดอกออกผลผลิดแห่งรัก จนท้ายที่สุดต้นรักหักกลางครัน ชีวิตพลิกผันแบบเรียกร้องหาคืนวันให้หวนกลับมาเหมือนเดิมนั้นคงลำบาก ระยะเวลาเกือบสามปีที่เราสองคนรู้จักกัน แต่แล้ววันที่ไม่มีใครอยากให้เกิด มันก็เกิดขึ้นจนได้…น้องอนุญาตให้พี่หวานเล่าเรื่องของน้องได้โดยไม่ปิดบังแต่อย่างไรเพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจกับคนใหม่ๆที่กำลังเดินตามเส้นทางที่น้องทำ แต่พี่หวานก็ยังจะขอสงวนไว้ซึ่งชื่อของน้องเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนกับตัวน้องเอง…
แรกเริ่มที่เรารู้จักกัน…พี่หวานตอนนี้หนูกำลังคบกับผู้ชายเบลเยี่ยมอยู่ค่ะพี่ เรารู้จักกันจากเว็บเดทติ้ง เค้าพูดภาษาดัตช์ หนูเลยอยากเรียนภาษาดัตช์จากเว็บพี่เพื่อคุยกับแฟนค่ะ เดือนหน้าแฟนหนูจะมาเมืองไทยแล้วค่ะพี่ ตื่นเต้นจัง เรานัดเจอกันครั้งแรก..
 
…พี่หวานแฟนหนูจะมาเมืองไทยหาหนู รอบที่สองแล้วค่ะพี่…หนูคิดว่าจะปล่อยให้ท้อง พี่คิดว่าเป็นอย่างไร? เพื่อที่หนูจะได้ไปอยู่เบลเยี่ยมกับแฟน เพราะเพื่อนๆที่คบกับแฟนทางเว็บเดทติ้งเค้าก็ทำกันอย่างนี้เกือบทั้งนั้น เพื่อที่จะได้ไปอยู่เมืองนอก…
 
…พี่หวานตอนนี้หนูท้องได้ 4 เดือนแล้วพี่ กำลังทำเรื่องไปอยู่เบลเยี่ยม…
…พี่หวานหนูได้วีซ่ามาเบลเยี่ยมแล้วนะ อยากเจอพี่หวาน พอหนูไปถึงเบลเยี่ยม หนูจะทำเรื่องจดทะเบียนสมรสทันที เพื่อลูกที่กำลังจะเกิดมา..
…พี่หวานหนูกำลังจะจดทะเบียนสมรส อยากให้พี่มา เพราะหนูไม่รู้จักใครในเบลเยี่ยมเลย… 
..หนูคลอดลูกแล้วพี่ อยากให้ป้าหวานมาเยี่ยมหลานบ้าง เป็นผู้ชายค่ะพี่ หน้าตี๋มากเลยพี่
…ตอนนี้หนูแยกห้องนอนกับแฟนแล้วนะพี่ เราทะเลาะกันเกือบทุกวัน แฟนหนูเป็นโรคติดเหล้า และอารมณ์ร้าย ตอนนี้เค้าก็ยังไม่ได้ทำงานเลย หนูกำลังทำเรื่องขอไปอยู่บ้านที่เค้าช่วยเหลือเด็กและสตรีของเมืองนี้อยู่ค่ะ อยากเจอพี่มาก ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใครแล้ว..หนูเลือกทางผิด ผิดอย่างมหันต์เลยล่ะพี่ ถ้าหนูเชื่อพี่ตั้งแต่ทีแรก ที่เราคุยกัน หนูคงไม่มีชีวิตแบบนี้ ตอนนี้หนูรู้แล้วว่าตกนรกทั้งเป็นนั้นเป็นอย่างไร มันทรมานมากเลยพี่ หนูนอนร้องไห้ทุกวัน คิดถึงพ่อแม่ที่เมืองไทยก็คิดถึง แต่หนูก็กลับไม่ได้ หนูไม่มีเงิน และพ่อแม่หนูคงเอาหนูตายแน่ๆ เพราะเค้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนูที่นี่…
..พี่ตอนนี้หนูมาอยู่บ้านที่เค้าช่วยเหลือเด็กและสตรีแล้วค่ะ ศาลออกคำสั่งว่า แฟนหนูเป็นโรคติดเหล้า อาจเกิดการทำร้ายหนูและลูกได้ อยู่ที่นี่หนูก็แค่มีที่พักและที่กินเท่านั้น ไม่มีรายได้อะไร วันๆก็อยู่กับลูก คนที่ช่วยเหลือเค้าบอกว่า ให้หนูฟ้องหย่าแฟน แต่ติดปัญหาว่าทะเบียนสมรสของหนูยังไม่ถึงสองปีเต็ม คนที่ช่วยเหลือเค้าบอกว่า ตามกฏหมายของเบลเยี่ยม คนที่จดทะเบียนสมรสกันแล้ว ถ้าต้องการจะหย่า ต้องรอให้ครบสองปีก่อน หนูก็ไม่รู้แน่นอน ทางเจ้าหน้าที่เค้าว่ายังไงหนูก็ต้องทำตามนั้น อยากเจอพี่มาก หนูกลุ้มมากๆ ไม่รู้ชีวิตวันข้างหน้าของหนูจะเป็นอย่างไร……….ฯลฯ
…ระยะเวลาเกือบสามปีที่พี่หวานกับน้องได้รู้จักกัน……
 
 
…จริงๆแล้ว มันมีกรณีเรื่องราวความรักที่ไม่ค่อยจะสมประดี ผ่านเข้ามาให้ได้รับรู้ รับฟัง เกือบทุกวัน แต่ส่วนมาก เค้าลางโครงเรื่องก็จะคล้ายๆกัน  อาจจะเนื่องมาจาก วัฒนธรรม ความคิด ที่แตกต่างกัน หรือพื้นฐานความรักที่เกิดขึ้นค่อนข้างเร็วและจบลงก็เร็วตาม หรือเกิดจากแนวความคิดที่แตกต่างกัน วิถีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน หรือจะด้วยเหตุผลประการใดๆก็ตามที่ทำให้ความรักนั้นจบลงตรงกลางทาง นี่ก็คือ สิ่งที่เราๆ ทั้งหลาย ควรที่จะต้องคิดกันนิดหนึ่ง ในเรื่องของความรักในต่างแดน เพราะวันนี้อยู่ดีมีสุข แต่พรุ่งนี้เราไม่รู้ว่าวิถีชีวิตจะเป็นไปในทิศทางใด
 
 
 
****************
**** ฝ่ายชายดัตช์ ทำไมถึงได้ตัดใจจากสาวไทยไปได้โดยง่าย******
 
เรื่องราวจากทางฝ่ายชายดัตช์นั้น บางคนก็มาจากเมื่อสาวไทยที่คบกับหนุ่มดัตช์แอ๊ดเอ็มพี่หวานเข้ามา ก็มักจะพ่วงเอาแฟนหนุ่มแอ๊ดเอ็มมาให้พี่หวานรู้จักหน้าค่าตาไปด้วยในตัวถือว่าเป็นแพ็คเก็จ แบบมาหนึ่งแถมหนึ่ง  และเมื่อความรักของทั้งสองฝ่ายจบลง ก็เลยได้รู้เรื่องราว ความคิดของทั้งสองฝ่าย ว่าทำไม เหตุผลใด ความรักจึงจบลงกลางทาง  บางกรณีก็ได้จากเว็บที่ผู้ชายดัตช์มีแฟนไทยเข้าไปชุมนุมสุมศีรษะสามัคคีพูดจาพาทีเรื่องราวความรักของตนเองผ่านกระทู้ให้ได้ตามอ่าน ว่าผู้ชายดัตช์เค้าคิดอย่างไรกับยอดยาหยีศรีภรรยา จากไทยแลนด์แดนสยามของตัวเอง บางกรณีก็ได้มาจากผู้ชายดัตช์บางคนผ่านเข้ามาในเสปชของหวาน เห็นเบอร์อีเมล์ติดหัวเสปชตัวเท่ากำปั้น เมื่อความรักของเธอกำลังสั่นคลอนก็มองหาที่ระบายก็ได้มาซื่งกรณีต่างๆ และอีกทีหนึ่งก็จากกลุ่มลูกค้าของตัวเองยิ้มแฉ่งยิ้มแฉ่งยิ้มแฉ่ง มาดูกันว่า สาเหตุที่ผู้ชายดัตช์ ยอมหันหลังให้สาวไทย ทั้งๆที่หัวใจนั้นสุดแสนจะรักแม่ยอดยาหยี แต่ยอมหักดีกว่ายอมงอ ไม่ง้อ ยอมปล่อยเธอไป ทางใครก็ทางมัน………..แต่จริงๆแล้ว สาวๆทั้งหลาย ก็ควรจะเก็บไว้คิดพิจารณาไตร่ตรองหน่อยก็ดี เพราะหลายกรณีไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ฮอลแลนด์ สาวไทยในต่างแดนหลายประเทศก็ประสบพบกับปัญหาเช่นเดียวกัน กรณีเดียวกัน ขอยกมาเป็นบางส่วนที่น่าสนใจก็แล้วกันค่ะ
 
กรณีที่ 1.. ฉันเลิกกับแฟน เพราะเบื่อปัญหาเรื่องสอบภาษาดัตช์ ฉันคบกับแฟนคนไทยมาสองปี ฉันเสียเงินเสียทองไปเยอะมาก  ส่งให้ไปเรียนภาษาหมดไปหลายพันยูโร เรียนมาสองปีแล้วก็ยังไม่ผ่าน ฉันไม่แน่ใจว่าแฟนฉันโง่ หรือว่าเค้าไม่ตั้งใจ สอบกี่ครั้งก็ไม่ผ่าน ส่งไปเรียนหลายโรงเรียนก็ยังไม่ผ่าน เงินทองที่ฉันสะสมมา ก็ร่อยหรอลงทุกวัน ฉันก็เลยตัดสินใจ กลับมามองผู้หญิงในประเทศเดียวกันน่าจะดีกว่า พูดภาษาเดียวกัน ไม่ต้องจ่ายเยอะด้วย….จบ
 
กรณีที่ 2.. ฉันรับกับวัฒนธรรมหลายๆอย่างของคนไทยไม่ได้ ยิ่งเรื่องเลี้ยงดูปูเสื่อญาติโกโหติกาของศรีภรรยาของฉันด้วยแล้ว มันทำให้ฉันปวดหัวทุกที ฉันคิดว่าฉันแต่งงานกับศรีภรรยาของฉันคนเดียว แต่ที่ไหนได้ฉันแต่งงานกับทั้งตระกูลของศรีภรรยาของฉัน…เวลาเราสองคนกลับเมืองไทย ฉันเป็นคนจ่ายคนเดียว ศรีภรรยาไม่ต้องควัก เลี้ยงฉลองกันทั้งหมู่บ้าน เงินฉันทั้งนั้น พ่อป่วย แม่ไม่สบาย น้องชายมอเตอร์ไซด์ล้ม ฉันจ่ายทั้งนั้น พี่ชายอยากได้รถไถ พี่สะใภ้อยากได้จักรยานยนต์ หวานใจฉันก็ต้องมาควักจากกระเป๋าฉันเพื่อบันดาลให้กับเหล่าบรรดาญาติ หนึ่งทีสองทีไม่ว่า แต่ถ้าบ่อยนักมันก็ต้องมีวีน  แต่เมื่อวีนแล้วเธอไม่เข้าใจ แล้วทำไมฉันต้องอยู่เป็นทาสรับใช้ให้ยาหยีศรีภรรยาพ่วงมาทั้งตระกูล จบกันซะวันนี้น่าจะดีกว่า…
 
กรณีที่ 3 … ภรรยาฉันเป็นผู้หญิงที่ขยันมากๆ ทำงานทำความสะอาดสองที่ สามที่ สี่ที่ รายได้ดีกว่าฉันอีก แต่เซ็นต์เดียว ยูโรเดียว เธอไม่เคยร่วมกันจ่ายเพื่อชีวิตครอบครัวของเราสองคน ทุกอย่างฉันจ่ายหมด รายได้ของภรรยาฉันเค้าส่งกลับเมืองไทยหมด ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าต้องทำอย่างนั้น เราเป็นสามีภรรยากัน แทนที่จะร่วมกันหา ร่วมกันจ่าย เพื่อสร้างครอบครัวร่วมกัน แต่รายได้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ เธอส่งไปให้พ่อกับแม่ที่เมืองไทยหมด พอฉันพูด ภรรยาฉันก็บอกว่าฉันไม่เข้าใจวัฒนธรรมของเธอ ที่ลูกจะต้องส่งเงินไปเลี้ยงดู พ่อแม่ให้อยู่ดีสบาย…แล้วฉันสบายหรือตอนนี้ ไหนจะค่าอยู่ ค่ากิน ค่าเที่ยว ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าประกันของเราสองคน ค่าอื่นๆจิปาถะ….
 
กรณีที่ 4 … ฉันคิดว่าแฟนฉันมาอยู่กับฉันเพื่อรายได้ แฟนฉันทำงานเกือบทุกวันของสัปดาห์ ไม่เคยมีเวลาไปเดินป่าด้วยกัน ไม่เคยไปปั่นจักรยานด้วยกัน ไม่เคยไปเต้นรำด้วยกัน เพราะเธออ้างแต่ว่า เธอต้องทำงาน ไม่อยากทำเรื่องไร้สาระอย่างนั้น แต่รายได้ทั้งหมด เธอก็ส่งกลับเมืองไทย…การที่คนสองคนมาใช้ชีวิตร่วมกัน ก็เพื่อร่วมกันทำสิ่งดีๆด้วยกัน ทำชีวิตให้มีความสุขด้วยกัน แต่แฟนฉัน มาอยู่กับฉันเพื่อทำงาน เก็บเงินส่งกลับเมืองไทย….
 
 
กรณีที่ 5 …ฉันรู้จักแฟนคนไทยของฉันจากทางเน็ทเว็บเดทติ้ง เราอยู่ด้วยกันมาสองปีกว่า แล้วเธอก็หายไปกับผู้ชายคนใหม่ทางเน็ทเว็บเดทติ้งเว็บเดิม ฉันเสียดายเวลาที่ฉันทุ่มเทความรักให้กับผู้หญิงคนนี้ กว่าจะสอบผ่าน กว่าจะเดินเรื่องมาที่นี่ ทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งนั้น ระยะเวลาความรักกับสาวไทยแค่สองถึงสามปี เป็นความรักที่มีราคาแพงที่สุดสำหรับฉัน….
 
 
*** ก็ให้ได้เอาไปลองคิดลองไตร่ตรองกันดูนะคะว่า จริงๆแล้วต้นเหตุของปัญหาของแต่ละคนนั้น มันเริ่มต้นมาจากอะไร หันหน้าเข้ามาพูดจากันได้ไหม ช่วยกันหาทางออกได้ไหม ฝั่งสาวไทย ก็ลองคิดตามว่า ที่ความรักต้องจบลงในวันนี้ ใช่เหตุผลที่ทางหนุ่มดัตช์เค้าอ้างมาหรือเปล่า  อยากให้ทั้งสองฝ่าย ลองเอาใจเค้ามาใส่ใจเราดูบ้าง รู้เค้า รู้เรา แล้วก็ลองคิดสละตะดูให้ดีๆนะคะ ***
 
 
เป็นกำลังใจให้กับทุกคนค่ะ
 
ขอให้ก้าวพ้นทุกปัญหาไปได้ในทางที่ดีค่ะ
 
 
 

เกี่ยวกับ My Life in The Netherlands and Belgium

All Happy Times in Thailand and The Netherlands + Belgium in my life.
ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องราวของเราเอง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

39 ตอบกลับที่ กรณีศึกษา เรื่องราวความรักของหนุ่มดัตช์ กับสาวไทย ทำไมถึงจบลง??

  1. Ormi พูดว่า:

    พี่หวาน ออมขอเรียกพี่ก็แล้วกันนะค่ะ พี่หวานออมชอบข้อความนี้จังเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้ดีมากๆๆเลยค่ะ

  2. Ik ben Daeng พูดว่า:

    พี่หวานน้องอ่านบล็อกนี้ แล้วชอบมากเลยคะ มันทำให้น้องได้คิดตามไปด้วย ทุกกรณีที่เกิดขึ้นทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย มันเกิดขึ้นให้น้องเห็นอยู่เป็นประจำ อย่างน้องเองก็เกือบตกอยู่กรณีที่สามของฝ่ายชายหนะนะ แต่ไม่ว่าอย่างไรน้องเองก้อพยายามอธิบายเหตุผลต่างๆนานามาให้พ่อทูนหัวฟังคะ เขาก็ดูเหมือนจะเข้าใจ และทำความเข้าใจแล้วก็ยอมรับในตัวน้องเอง จะไม่รับก็ไม่ได้สิคะ ก็รักน้องแดงคนสวยเข้าไปเต็มเปา อิอิอิ (หลงตัวเองซะ) แต่ไม่ใช่ว่าน้องไม่อยากจะช่วยเหลือสามีน้องหรอกนะคะ แต่เป็นที่ว่าเราทำหน้าที่อะไรแล้วเราต้องทำให้เสร็จเป็นอย่างๆ ก่อนที่เราจะได้ช่วยตัวเองและครอบครัวอย่างเต็มที่ต่อไป

  3. Pornnipa พูดว่า:

    พี่เราเป็นศิราณีตอบปัญหาหัวใจให้สาวๆ ซะแล้ว ทุกที่ทุกครอบครัวมีปัญหากันหมดแหละ อยู่ที่เราจะใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหานั้นๆ อย่างไร พี่หวานเขียนมาก็ถูกนะ บางทีเราก้ฟังความข้างเดียว สาวไทย พูดอย่าง หนุ่มดัตช์พูดอีกอย่าง แต่ทั้งนี้มันก็เป็นเรือ่งในครอบครัวเค้ากันน่ะ เราก็ได้แต่รับฟัง และก็ให้กำลังใจกันไปนะคะ

  4. My life in the Netherlands พูดว่า:

    ขอบใจจ้าน้องออม

  5. My life in the Netherlands พูดว่า:

    น้องแดงพี่หวานขอให้น้องแดงประสบความสำเร็จในทุกด้านนะจ๊ะ พี่หวานยังติดค้างน้องแดงอยู่เด๊ะ ยังบ่มีโอกาสไปกินตำบักถั่วบ้านน้องแดงจักเทือ เอาเป็นว่า หน้าร้อนปีนี้ พี่หวานสิไปกินตำบักถั่วกับปูนึ่ง บ้านน้องแดงคักๆ

  6. My life in the Netherlands พูดว่า:

    อะๆๆๆ พิงค์…รู้จักศิราณีเนี่ย แสดงว่าเคยอ่านหนังสือดาราภาพยนตร์ล่ะสิ…เพราะเท่าที่จำไม่ผิดศิราณีตอบปัญหารักอยู่ที่เดียวแค่หนังสือเล่มนี้เท่านั้นนะ…ถ้าตอนนี้ยังอ่านอยู่ เอามาแบ่งพี่อ่านบ้าง…อิอิอิพิงค์ พี่หวานก็คงทำอะไรได้ไม่มากมาย ทุกคนผ่านมาปรับทุกข์ พี่หวานก็คงทำหน้าที่ได้แค่เป็นผู้รับฟัง และก็ช่วยๆ ปลอบใจกันไป ตามประสาคนไทยไกลบ้าน …รู้ว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับชีวิตในต่างแดนแล้วเนี่ย ทุกคนจะรู้สึกหมดหวังโดดเดี่ยว อยากหันหาใครสักคน ที่พอจะพูดคุย หรือ เป็นที่พึ่งได้ พี่หวานก็คงช่วยอะไรได้ไม่มากมาย เพราะเหตุการณ์ที่เกิดที่นี่ส่วนมากมันมีกฏระเบียบ และ ตัวบทกฏหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยตลอด แต่สิ่งที่ทำได้ดีที่สุด…นั่นก็คือหยิบยื่นความเป็นเพื่อนให้กันในยามที่ใครสักคนเป็นทุกข์ แค่นั้นพี่หวานก็คิดว่าทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว….

  7. Lamai พูดว่า:

    wow!..nice info.thx 4 ur time..

  8. Lamai พูดว่า:

    wish all folks the best..

  9. Naphat พูดว่า:

    ขอบคุณพี่หวานที่เอามาแบ่งความรู้สึก ประสบการณ์ ได้เรียนรู้มากมายกับชีวิตของคน อย่างพวกเรา ตอนนี้อยู่มา ห้า เดือน ยังสุขดี สองปีเกือบครึ่งที่ผ่านมา คุณสามี ยังดี และ ยังแย่ เหมือนเดิม ก็หวังว่า จะประคอง ชีวิตคู่ ไปได้เรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้พี่ๆน้องๆที่กำลังประสบปัญหาด้วยนะคะ

  10. My life in the Netherlands พูดว่า:

    คุณละมัย จากฝั่งเมกา ขอบคุณนะคะ ที่แวะเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ไกลกันเนาะ แต่เราก็สื่อสารกันได้ด้วยโลกไร้สาย

  11. My life in the Netherlands พูดว่า:

    อ่ะ น้องเต…หลายคน หลายเรื่องราว หลายคน หลายประสบการณ์ การที่เราได้รับรู้เรื่องราวจากหลายๆคน หลายๆสถานการณ์ ทำให้ได้รู้ว่า บางครั้งบางคราว ทำให้ได้เรียนรู้การดำรงชีวิตว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดฝัน วันนี้สุข พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่สิ่งหนึ่งที่รู้คือเราต้องพร้อมสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แหม…พี่หวานเห็นน้องเต กับหวานใจ ก็ดูสวีทวี๊ดวิ๊ว กันดีเนาะ ฝากความระลึกท่านประธาน ด้วยนะจ๊ะ…..อิอิอิอิ

  12. Neung พูดว่า:

    ต้องเผยแพร่เยอะ ๆ สาวไทยจะได้อ่านกันและเข้าใจว่า ตกลงพวกเขาเลือกความรักหรือความคิดที่ว่า แต่งกับฝรั่งแล้วจะมั่งคั่งร่ำรวย แต่ปัญหาเรื่องที่ฝรั่งเขาพูดก็จริง สาวไทยหลายคนก็คบผู้ชายฝรั่งคนแรกเพื่อเป็นทางผ่านไปหาคนที่ดีกว่า เพราะแตก่่อนเหมือนถูกเขาเลือกจากทางเน็ต แต่พอได้มาถึงที่ก็คิดว่ามีคนที่ดีกว่า รวยกว่าคนแรกตั้งเยอะ แล้วอะไร ๆ มันก็เปลี่ยน แต่ฝรั่งบางคนก็ออกลายจนสาวไทยขยาดเหมือนกัน

  13. Nampet พูดว่า:

    ขอบคุณสำหรับกรณีศึกษานะคะ สำหรับเพชรตอนนี้ยังไม่มีปัญหา แต่อนาคตข้างหน้าไม่มีใครรู้ได้ว่าจะเกิดปัญหารึเปล่า จะมองดูปัญหาต่างๆเพื่อประคับประคองชีวิตคู่ของตัวเองค่ะ และขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ประสพกับปัญหาด้วยค่ะ

  14. My life in the Netherlands พูดว่า:

    น้องหนึ่ง อย่าอินมากนะจ๊ะ ยังไงน้องส้มสุดที่รักน่ะ ก็เป็นลูกไก่ในกำมือ แบบประมาณว่า น้องส้มจะคลายน้องหนึ่งก็ตาย น้องส้มไม่คลายน้องหนึ่งก็ไม่รอดประมาณนั้นจ้า อิอิอิ…เอาเป็นว่าชีวิตของคนเรานั้น ต่างคน ต่างเส้นทาง ต่างคน ต่างเรื่องราว เพราะวิถีชีวิตคนเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเส้นทางเดินของชีวิตของแต่ละคนก็ย่อมต้องแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เราทำได้เมือเราอยู่ต่างบ้านต่างเมือง รักใคร่กันไว้ ช่วยเหลือ เจือจานกันเท่าที่จะทำได้เนาะ

  15. My life in the Netherlands พูดว่า:

    น้องเพชร…อีกไม่กี่วัน ป้าหวานก็จะได้ฟัดเจ้าวิกกี้แล้วเนาะ คิดถึงตากลมๆ ของเจ้าวิกกี้จังเลย

  16. maijit พูดว่า:

    อ่านดูแล้วก็เป็นปัญหาเดิม เดิม เพราะบางครั้งถ้าเราพิจารณาถึงข้อเท็จจริงและยอมรับในความจริงว่าทำไมสาวไทยต้องการที่จะมามีชีวิตต่างแดน?ประเด็นที่ว่ารักชายหนุ่มต่างชาติคงมีน้อยมาก แต่สว่นมากที่ตัดสินใจปัจจุบันทันด่วนเพราะอกหักจากชายหนุ่มชาติเดียวกัน,ต้องการมามีชีวิตที่ดีกว่าเผื่อจะได้จุนเจือครอบครัวที่เมืองไทย,คิดว่าเมืองนอกคือแดนสวรรค์หรือนาทีนั้นมาตายดาบหน้าดีกว่าจะนรกหรือสวรรค์ก็จะเดินเข้าหา มากมายหลายวัตถุประสงค์ แต่จงอย่าลืมว่าชายหนุ่มต่างชาติก็ไม่ได้ร่ำรวย ทุกคนต้องทำงานหนักเพียงแต่ค่าเงินต่างจากเราเท่านั้น กรณีซิลเดอเรลล่าคงหายากอาจจะ 1 ในล้าน? เมื่อมาแล้วจงใคร่ครวญให้ดีถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจงอดทนเพราะเราเลือกแล้วชีวิตคู่ที่ไหนก็ไม่แตกต่างกันมีองค์ประกอบแวดล้อมบนพื้นฐานเดียวกัน เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

  17. pimsiri พูดว่า:

    อ่านแล้วก็ไม่คิดว่าจะโทษว่าใครผิดใครถูกแต่คนเราต้องจูนเข้าหากันคนละครึ่งทางเราต่างชาติต่างภาษาต่างศาสนาแต่มีหัวใจเหมือนกันมีปัญหาเกิดขึ้นอย่าหนีต้องคุยกันมีอะไรต้องช่วยซึ่งกันและกันจงขอให้นึกถึงความดีสิ่งร้ายก้จะกลายเป็นดีคนเขียนอยู่กับแฟนก็ 4 ปีแล้วแถมอายุมากกว่าแฟนเป็น 9 ปีคนเราก็เหมือนลิ้นกับฟันแต่ฟันคนละซีกันและขอเป็นกำลังใจให้สาวไทยทุกคนจ้า (สู้)

  18. NamphuengBkk พูดว่า:

    รู้จักกับแฟนชาวดัตช์บนเดทไซต์ค่ะ คิดว่าเค้าคือคนที่ใช่และเราก้อคือคนที่ใช่ มาเจอกัน รู้จักกัน วางแผนอะไรหลายๆอย่างร่วมกันมากมาย ไม่ได้ทะเลาะกันเค้าโทรหาทุกวัน แม้ว่าจะยุ่งแคไหนครั้งสุดท้ายที่คุยก้อเรื่องที่จะมาหาที่ไทยอีก หลังจากนั้น1วัน เค้าหายไปไม่ติดต่อ ไม่รับโทรศัพท์ ไม่มีคำลา ไม่มีอะไรออกมาจากปากของเค้าทั้งนั้นเลย
    เลยไม่รู้เลย่วาสาเหตุการจากไปคืออะไร แต่อย่างน้อยก้อน่าจะบอกกันได้ คำลาสักคำก้อคงดี
    ตอนนี้ก้อได้แต่ทำใจ

    • My Life in The Netherlands พูดว่า:

      บางทีเขาอาจมีธุระ หรือมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถติดต่อได้ก็ได้ค่ะ คิดในเรื่องดีๆ ไว้นะคะ ใจเราจะได้ไม่เป็นทุกข์ค่ะ

  19. ณัฐฐา พูดว่า:

    ได้อ่านข้อความที่พี่หวานเคยพบเจอมาแล้วมันน่าคิดว่าสาวไทยที่คิดมีแฟนฝรั่งหวังว่าแต่งไปแล้วจะทำให้ฐานะทางบ้านดีขึ้นคงคิดหนักนอกจากไปอยู่ประเทศเขาแล้วพอมีปัญหากันขึ้นมาลำบากตัวเองแล้วจะหาค่าเครื่องบินยังลำบากอีก ยิ่งตอนฝรั่งเผยนิสัยจริงๆๆออกมาต้องคิดมากกว่าเดิมอีกนะถ้าคิดจะมีส่วนมากเจอกันทางเวปหาคู่คุณสมบัติเขาน่าให้เราสนใจนะ

  20. ulai พูดว่า:

    ได้อ่านบทความต่างๆแล้วดีมากคะ ไม่ว่าความคิดทางผู้หญิงไทย หรือความคิดทางผู้ชายชาวดัตช์ ต่างคนก็มีเหตุผลของตัวเองนานาจิตตัง…ก่อนการตัดสินใจควรจะคิดและตรึกตรองให้ดีกว่านี้ ชีวิตทั้งชีวิตจะน้องมาจบลงง่ายๆแค่นี้หรือ เรารักเขาต้องการเขาเพราะอะไร? นี่คือคำถามที่ต้องหาคำตอบให้ตัวเองก่อนตัดสินใจ

  21. mizzi พูดว่า:

    คุยกับหนุ่มดัช ได้ สามสี่เดือนแล้วค่ะ เค้าบอกว่าจะมาหา สิงหานี้ ตลอดเวลาเค้าบ่น เสมอว่า รักของเราไปไม่รอดแน่ๆ มันยาก มันแตกต่าง มันเหนื่อย พูดบ่อยๆ เราชักนอยด์ ตามอ่านกระทู้มากกว่า เกี่ยวกับแม่บ้านชาวดัชยิ่งนอยด์ไปกันใหญ่ … T^T เศร้าจัง

    • My Life in The Netherlands พูดว่า:

      คนเราแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ เรารู้เรื่องคนอื่น กรณีของคนอื่นเพื่อเรียนรู้ แต่อย่าเอาเรื่องของเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่นนะคะ จะทำให้เราไม่สบายใจเปล่าๆค่ะ

  22. ทิพวรรณ พูดว่า:

    คือหนูชื่อ โบ กำลังดูใจหนุ่มดัตซ์และรู้จักผ่าน Profle Tagged เค้าอายุ 27 ปีแล้ว เราก็เลยแลกเบอร์กันเพื่อwhatapp เราคุยกันทุกวันและเค้าพูดว่าจะมาเที่ยวไทยปีหน้า แต่เค้าไม่เคยมา หนูกะเค้าเห็นกันในSkype แล้วแต่น้องไม่มั่นใจถ้าเค้าเจอเราตัวจิง เค้าจะรับเราได้ไหม เพราะส่วนใหญ่จะชอบสาวไทยตัวดำ แก่ และผอมมาก แต่น้อง ออกหมวยกี๋ ขาว อวบ อึม แต่ไม่อ้วนไม่แน่ใจว่าจะถูกใจเค้าไหม

    • My Life in The Netherlands พูดว่า:

      ความรัก ความชอบ ของคนแต่ละคนไม่เหมือนกันเสมอไปหรอกค่ะ ถ้าไม่ลองคุยกัน คบกันไป เราก็คงไม่รู้หรอกค่ะว่าความชอบของคนคนนั้นต่างจากคนทั่วไปหรือเปล่าค่ะ

  23. choompu พูดว่า:

    ชอบค่ะ…เป็นข้อคิดเลยฮับ..เพราะตอนนี้ชมกำลังมีปัญากับแฟนชาวดัตช์อยู่ค่ะ..เราติดต่อกันผ่านwechat..พูดคุยกันอย่างดีวางแผนจะมาเจอกันรวมถึงการใช้ชีวิตร่วมกัน..คุยกันทุกวันเกือบทั้งวันด้วยซ้ำตลอดหนึ่งเดือนกว่าๆก่อนหน้านี้…แต่จู่เค้าก็หายเงียบไปโดยไม่บอกกล่าวอะไรเลย..ชมเป็นห่วงพยายามติดต่อและมั่นส่งข้อความหาเค้าทุกวันทำอย่างนี้มาเป็นเดือนแล้วแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเค้าจะตอบกลับมา..ชมเสียใจมากเพราะไม่รู้อะไรเลย..ขอโทษนะคะที่พูดยาวเลย..T~Tชมไม่มีใครให้พึ่งแล้ว..ช่วยชี้แนะชมด้วยนะคะ..ขอบคุณค่ะ

    • My Life in The Netherlands and Belgium พูดว่า:

      หวานก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าปลอบยังไงนะคะ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีก็แล้วกันค่ะ…แต่อยากบอกว่า อย่าเชื่อใจหรือไว้ใจคนที่เราเจอหรือรู้จักจากอินเทอร์เน็ทให้มาก เผื่อใจไว้บ้างก็ดีค่ะ เพราะส่วนมากเค้าคบเราแต่เค้าก็คบคนอื่นด้วย เพราะฉะนั้นก็คงต้องเผื่อใจไว้บ้างน่ะค่ะ

  24. np พูดว่า:

    nature ลักษณะนิสัยของคนดัชเป็นอย่างไรคะ เพราะเราเป็นคนพูดตรง พอเขาเจอคำถามเขาอึงไปเลย
    ว่าเราประมาณว่าพูดไม่คิด และ ไม่ reapect เขา

    • My Life in The Netherlands and Belgium พูดว่า:

      ขอโทษนะคะที่ตอบช้า เพราะไม่ค่อยได้ล๊อกอินเข้ามาสักเท่าไหร่
      คนดัตช์ ปรกติก็ชอบแบบเปิดเผยนะคะ ตรงไปตรงมา แต่อาจจะไม่ทุกคนเสมอไปค่ะ

  25. puk พูดว่า:

    สวัสดีค่ะน้องหวาน ขออนุญาติเรียกน้องนะค่ะเพราะพี่เองก้สี่สิบขึ้นแล้วไม่แน่ใจว่าน้องจะสักเท่าไหร่เอาเป้นว่าขอพี่แก่ของพี่ก็แล้วกัน พึ่งเข้ามาอ่านครั้งแรกค่ะ มีหลายสิ่งที่น้องหวานแนะนำผู้ที่มีปัญหาได้อย่างเหมาะสม และเป็นความจริงที่สุดขอชื่นชมค่ะ พี่เองก็มีสามีชาวดัชค่ะ อยู่กันมาก็15ปีปีนี้ล่ะ ลุงยังคงน่ารักเสมอต้นเสมอปลายดี แต่ทุกอย่างก้ต้องขึ้นอยู่ที่ตัวเราเป้นสำคัญด้วย ว่าเราจะทำให้เขามั่นใจ ชื่นชมเราได้สักเพียงใหน แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของพี่อีกอย่างคือพี่อยู่เมืองไทยค่ะ เราเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยกัน จะไปเป็นชาวไร่ ชาวสวนอ่ะค่ะน่าจะมีความสุขได้ตามอัตรภาพ ถึงไม่ได้รำ่รวยเงินทอง แต่ขอให้รำ่รวยความสุข ได้อยู่กับคนที่เรารัก และรักเรา แค่นี้ก้เพียงพอสำหรับชีวิตหนึ่ง ที่สำคัญที่ปฏิบัติอยู่ทุกวันนี้คือ การยอมรับในสิ่งที่แตกต่างค่ะ วันนี้เขียนมายาวล่ะ เดี่ยววันหน้าจะมาคุยกับน้องหวานใหม่นะจ๊ะ
    พี่ปุ๊กจ๊ะ

    • My Life in The Netherlands and Belgium พูดว่า:

      สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ถ้าเป็นส่วนตัวหวานนะคะ หวานก็เลือกความสุขตามอัตภาพดีกว่าค่ะ
      หวานก็กำลังจะย้ายกลับไปใช้ชีวิตอยู่เมือไงทยสิ้นปีนี้เหมือนกันค่ะ

  26. puk พูดว่า:

    ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านเราค่ะ ถึงจะวุ่นวาย ไร้ระเบียบ ขาดวินัย แต่ก็อบอุ่นค่ะ

  27. Wararat พูดว่า:

    ชอบมากๆเลยค่ะพี่

  28. bb พูดว่า:

    ได้อ่านแล้วทำให้รู้สึกกลัว ไม่อยากไปอยู่กับแฟนที่ฮอลแลนด์ กลัวว่าจะเป็นแบบที่นั้น อยากให้ลูกเรียนมีการศึกษาที่ดี เพราะหลายๆคนบอกว่าการศึกษาสำหรับเด็กที่นั่นจะดีกว่าเมืองไทย แต่ปัญหาคือเรากลัวจะเจอปัญหาแบบเพื่อนๆ ขนาดแฟนมาอยู่ด้วยกัน15วัน เรายังมีปัญหาทะเลาะกันบ้านแทบแตก

    ส่วนมากเค้าบอกฝรั่งจะไม่ค่อยจุกจิกจู้จี้ขี้บ่น ไม่ค่อยขุดคุ้ยเรื่องเก่าเล่าใหม่ แต่ไม่จริงเลยค่ะ แฟนดัตซ์คนนี้สุดๆ บางทียังคิดเลยว่า สูบกัญชามากไปหรือเปล่า สมองถึงได้เบลอขนาดนี้
    แฟนชอบโกหกว่าไม่สูบบุหรี่ ไม่สูบกัญชา พอเราจับได้ ก็ยอมรับ แต่ก็บอกจะเลิก
    จนป่านนี้ผ่านไปหลายปีก็ไม่เห็นจะเลิกได้เลย บอกว่ามีลูกแล้วจะเลิก ตอนนี้ลูกใกล้จะ4ปีแล้ว ไม่เห็นมีวี่แววว่าจะเลิก แถมบอกให้เราทดลองอีกนะ …ประสาทแล้ว แบบนี้จะให้เราไปอยู่ด้วยได้ยังไง ยังมองไม่เห็นหนทางที่จะมีความสุขเลย
    เราคิดเพียงแค่ว่าอยากให้ลูกได้ภาษาอังกฤษ ได้รับการศึกษาที่ดีเท่านั้น ไม่รู้ว่าเราคิดผิดหรือเปล่า
    จริงๆการศึกษาที่ไทยมันก็ดีถ้าเรามีเงิน ส่งเสริมเรียนโรงเรียนดีๆซึ่งมันก็แพงเอาการ เราไม่มีปัญญา

    ทัศนคติไม่ตรงกัน แฟนเราเป็นชาวดัตซ์ อายุ 36ปี คบกันมา 8ปี แต่เจอกัน 4 ครั้ง 3ปีเจอกัน15 วัน เอาจริงๆใช้ชีวิตร่วมกันเพียงแค่60วัน ถือว่าน้อยมาก ส่วนใหญ่จะส่งเงินมาให้เดือนละ4-5หมื่นบาท แต่ระยะ2ปีหลังนี้ แฟนมีปัญหาเรื่องงาน เปลี่ยนงาน ทำให้ส่งให้ล่าช้า บางทีก็ไม่ส่ง และเราก็คอยทวงถามตลอดเมื่อไหร่เดือนไหนจะส่ง ทำให้มันน่าเบื่อ เพราะค่าใช้จ่ายในไทยก็มีทุกวัน ค่าผ่อนบ้าน ค่าน้ำมันรถ ขับรับส่งลูกไปเรียน
    ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟ จิปาถะ ไม่ส่งเดือนเดียวก็ตายแล้ว แต่เราก็รอดตายมาได้ทุกครั้ง เพราะเราก็ทำงานเองด้วย แต่ก็ต้องคอยดูดจากแฟน ไม่กระตุ้นก็ไม่สนใจส่ง ไม่ห่วงเลยว่าลูกจะอยู่ยังไง ปากบอกรักๆๆลูก คิดถึงลูก แต่ทำไมเค้าไม่คิดจะมาเยี่ยมนี่จะครบ3ปีแล้วที่เค้าไม่ได้มาเยี่ยมลูก
    ปากบอกว่าไม่มีเงิน เราคิดว่า เพียงแค่เค้างดเลิกไม่สูบบุหรี่ ไม่สูบกัญชา เค้าจะสามารถมีเงินเก็บมาเยี่ยมลูกได้ปีละ1-2 ครั้ง แต่เค้าไม่มีสมองคิดเรื่องเล็กน้อยแบบนี้

    เพียงแค่เค้าไม่เข้าข้างตัวเอง ว่ากัญชา ดี สำหรับ รีแล็กซ์ เพียงแค่เค้าไม่พยายามโน้มน้าวให้คนอื่นเห็นดีงามไปด้วยกับเรื่องยาเสพติด ทุกอย่างคงจะดี ถ้าเราไปอยู่ด้วยกัน ลูกเห็นพฤติกรรมพ่อทุกวัน มันคงจะแย่

    พ่อแม่แฟนแยกทางกันตั้งแต่เล็ก พ่อแต่งงานใหม่ เพิ่งแต่งตอนแก่อีกรอบ เค้าเช่าบ้านอยู่กับพี่ชาย
    เปิดกล้องมาคุยกันก็เจอแต่เพื่อนๆแฟนมาปาร์ตี้ น่าเบื่อ เรายิ่งแอนตี้เรื่องกัญชาและบุหรี่ คิดว่าไปกันยาก เรามันอีโก้สูง ใครเค้าจะอยู่ด้วยได้ (เศร้า) แต่เราคิดว่าเราเป็นคนธรรมดาปกติทั่วไป เพียงแต่เราอาจจะโชคร้ายเจอเนื้อคู่ไม่ดี

    แฟนชอบเฮฮาปาร์ตี้ เซ hello กับผู้คนไปทั่ว ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก ทำให้เราอับอายผู้คน และเราไม่ชอบสังคมหมู่มาก ชอบใช้ชีวิตสันโดษ เราเลี้ยงลูกคนเดียวในไทย มีเพื่อนต่างวัยอายุ50ปี มาช่วยเลี้ยง เพื่อนเราจะตามใจมาก ไปอยู่กับกินนอนกับเพื่อน4 วัน เราเลี้ยง 3 วัน เป็นแบบนี้ตลอดระยะเวลา 2ปี ผลปรากฏว่าตอนนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถูกเจ้าของโรงเรียนเชิญลูกออกจากโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว กลุ้มใจ ลูกถูกไล่ออกกะทันหัน หาที่เรียนไม่ทัน แถมกลางคันแบบนี้ไปที่ไหนก็มีใครรับ ทำไมทางโรงเรียนไม่แจ้งล่วงหน้า แย่จริงๆ ขนาดเป็นโรงเรียนเอกชนก็ยังไม่ง้อ เพราะเด็กเรียนเยอะ แต่น่าจะมีมนุษยธรรม เห็นแก่เด็กบ้าง ไม่มีเลย

    พาไปพบหมอ หมอบอกว่าเกิดจากการเลี้ยงดู เด็กมี 2 บ้าน อีกบ้านตามใจ อีกบ้านไม่ตามใจ เด็กส่วนมากจะชอบคนตามใจ เมื่อถึงเวลาเข้าสังคมโรงเรียนมีกฏระเบียบ เมื่อถูกบังคับทำให้เด็กต่อต้าน
    และเด็กถูกเลี้ยงมาแบบเปิดทีวี เล่นเกมส์ ตลอดเวลา และตามใจ ทำให้เด็กมีปัญหา
    ตอนนี้ได้แยกลูกมาดูแลเองได้3วันแล้ว จะดูพฤติกรรม และสอนอบรมใหม่ ก่อนที่จะสายมากไปกว่านี้

    เสียใจทำให้ลูกเราเสียคน เข้ากับสังคมในโรงเรียนไม่ได้ ถูกเชิญออกจากโรงเรียน บอกว่าลูกเราซนมากทำให้เพื่อนไม่มีสมาธิเรียนหนังสือ

    นี่คือเหตุผลที่เรากำลังสับสน ว่าจะเอายังไงดี เล่าปัญหาให้แฟนฟัง แฟนบอกให้ย้ายไปอยู่ด้วยกัน ที่ฮอลแลนด์
    ภาษาอังกฤษเราก็ไม่แข็งแรง ดัชต์ก็ไม่ได้ แล้วอยู่กันยังไง

    ปัญหาใหญ่ที่กลัวหลักๆเลย คือ ภาษาดัตซ์ ที่ต้องสอบให้ได้ เรากลัวจะไม่ผ่าน เรื่องแฟนที่ทะเลาะกัน เราไม่กลัวมากเท่าไหร่ เพราะสุดท้ายแฟนก็จะยอม แต่เราไม่ชอบที่แฟนอ่อนแอ ทะเลาะกันทีถ้าเค้าไม่ชนะเราก็จะวิ่งไปร้องไห้ ทำนิสัยเหมือนเด็กๆ แต่ตอนนั้นลูกยังเล็กไม่เท่าไหร่ แต่ตอนนี้ลูกกำลังโต ไม่อยากให้เค้ารู้ว่าครอบครัวมีปัญหา จะไม่เป็นผลดีกับลูก

    ส่วนเรื่องงาน เราไม่เคยคิดจะไปทำงานที่นั่นอยู่แล้ว เราสามารถทำงานได้ทั่วโลกในอินเตอร์เนต ขอเพียงแค่มีอินเตอร์เนตดีเท่านั้น

    ส่วนเรื่องเพื่อน ตัดปัญหาไปได้เลย และคิดว่าคงไม่เหงา เพราะเรามีคอมพิวเตอร์เป็นเพื่อน มีงานทำในบ้าน

    แต่ปัญหาที่กังวลคือ ภาษาดัชต์ ซึ่งเท่าที่อ่านมีกฏข้อบังคับ ให้เรียนและสอบดัชต์ให้ผ่าน ซึ่งมันแย่สำหรับเรา
    ทำไมประเทศอื่นไม่ยุ่งยากเท่าประเทศนี้นะ เพื่อนแต่งงานอยู่ไอแลนด์ เขียนอังกิดไม่ค่อยได้ พูดได้ และอยู่นาน7ปีแล้ว ตอนนี้ก็เป็นพลเมืองเค้าเรียบร้อย

    แต่ของดัชต์ต่อให้เราจดทะเบียนสมรสกับแฟน5ปี ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าไม่สามารถพูดดัชต์หรือสอบให้ผ่านก็หมดสิทธิ์ที่จะอยู่ประเทศเค้าได้นานๆ

    เข้ามาอ่านเรื่องราวของคนอื่นในนี้ แล้วทำให้เรารู้สึกกลัว
    ใจเราก็อยากให้ลูกได้รับการศึกษาที่ดี แต่เรามีแฟนที่มีความคิดแตกต่าง อยู่ด้วยคงจะประสาทกินทุกวัน
    พาลจะทำให้ลูกเรามีปัญหาเพิ่มขึ้นอีก เพราะพ่อแม่ทะเละกัน

    เวลาทะเลาะกันเราต่างไม่ยอม และแฟนก็จะร้องไห้ เหมือนเด็กๆ เราไม่ชอบ รู้สึกทำไมผู้ชายคนนี้ช่างอ่อนชะมัด
    เวลามีปัญหาอะไร ถามความคึดเห็นก็จะบอกไม่รู้อย่างเดียว แล้วแบบนี้จะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้อย่างไร

    เราคิดว่าถ้าไปอยู่ที่นั่นจริงๆ เราไม่ต้องการมีสังคมมากมาย เราชอบชีวิตสันโดษ
    มันจะเป็นไปได้ไหม ที่เราจะไม่ต้องการพบปะผู้คนมากมาย ถึงเวลาส่งและรับลูกไปเรียน และกลับมาทำงานของเรา

    สับสนมากๆตอนนี้ ไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิตดี จะอยู่เมืองไทย หรือดันทุรังไปอยู่กับแฟน แล้วแก้ปัญหาไปด้วยกัน

    • My Life in The Netherlands and Belgium พูดว่า:

      เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปในทางที่ดีนะคะ

  29. นภัสดล วิรัลพัชร์ พูดว่า:

    ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งค่ะที่ตกหลุมรักกับหนุ่มชาวดัตช์ เราคุยกันทางเว็ปหาคู่เว็ปหนึ่ง คุยกันอยู่ 2 เดือนเค้าก็มาหาที่เมืองไทย ใช้ชีวิตร่วมกัน 1 สัปดาห์อย่างมีความสุข ทุกอย่างลงตัวไปหมด ปรับตัวเจ้ากันได้ดีมาก ไม่ขี้เหนียวเลยค่ะ สปอร์ต ใจดี อารมณ์ก็ดี แต่ก็เป็นคนค่อนข้างจริงจัง ซื่อสัตย์ และค่อนข้างตรงต่อเวลา ไม่บ่นอะไรให้ใครฟังง่ายๆ จนเหลืออดเหลือทนค่อยพูดออกมา สะอาดสะอ้าน เรียบร้อย ไม่ดื่มไม่สูบ ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมได้ดีมาก ยอมรับค่ะ ว่าเจอคนดี เดือนนี้เป็นเดือนที่3 ที่เราคุยกัน และเดือนนี้ เค้าก็จะมาหาอีกค่ะ คราวนี้ไปเสม็ดกันค่ะ เดือนหน้า 26 ก.ค ก็จะแต่งงานกันที่เมืองไทยค่ะ ไม่เคยรู้สึกเลยค่ะ ว่าเขาเป็นคนไม่ดี หรือบางครั้ง ฟ้าอาจจะส่งให้เราสองคนมาคู่กัน ทุกอย่างมันเลยดูง่ายดายไปหมด

  30. ณัฐกฤตา พูดว่า:

    สวัสดีค่ะพี่หวาน ได้เข้ามาอ่านในเว็บไซท์ได้มุมมองและข้อคิดเยอะมาก ค่ะ ตอนนี้กำลังคบหากันได้2อาทิตย์โดยเพื่อนแนะนำให้ รู้จักที่เมืองไทยเขามองหาแฟน เราใช้เวลาเรียนรู้กันสั้นๆเขาก็บินกลับไป เพราะหมอนัดตรวจไต สุขภาพของเขาไม่ดีนัก แต่เราก็เข้ากันได้ ตอนนี้เป็นช่วงที่เรียนรู้ ถ้าเขากลับมาจะมาช่วงตุลาคมและอยู่ 6เดือน เรื่องเงินเราจ่ายบ้างเขาจ่ายบ้าง เขาบอกว่า16ปีที่รู้จักผู้หญิงไทยไม่มีใครจ่ายอะไร ให้เขา เขาประทับใจมาก แต่เราก็บอกเขาว่าเรา มีเราจ่ายได้ถ้าไม่มีไม่จ่าย เขาบอกเขาเข้าใจ แต่เพื่อนเราสิบอกว่าเราสร้างนิสัยไม่ดีให้เขา ต่อไปเขาจะไม่พอใจหรือโกรธตอนเราไม่จ่าย ตอนนี้เพื่อนคิดว่าเราทำตัวเป็นนางเอก แต่มันเป็นนิสัยเราค่ะพี่ เพราะเราไม่ชอบขอ มีพอจ่ายก็จ่าย บอกเขาค่ะตอนมาส่งที่สนามบินเขาเนิมน้ำมันรถให้เต็ มถังค่ะ แต่เพื่อนกลับโกรธเราตอนนี้งงมากค่ะ เคยมีแฟนฝรั่งมาแล้วค่ะเราก็ไม่เคยขอเงินเขา แต่ที่ต้องเลิกกันเพราะเขาชอบเลดี้บอยเขาขอเลิกกับเรา คนออสเตรเลียค่ะพี่หวาน คบ5ปี แต่คนนี้2อาทิตย์ อายุ50ปี แค่เราไ เข้าใจเพื่อนผู้หญิงคนไทยที่ว่าเรานางเอก และเพื่อนเขาที่อาศัยอยู่ที่นี่บอกว่าช้าๆเพราะเรา สร้างภาพ ค่ะพี่หวาน ขอบคุณค่ะที่อ่านข้อความนี้ค่ะ ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

    • My Life in The Netherlands and Belgium พูดว่า:

      สุภาษิตดัตช์ประโยคหนึ่งบอกไว้ค่ะว่า
      “Blijft nemen,Blijft geven”
      เมื่อเราได้ เราต้องรู้จักให้ค่ะ
      ถ้าเรามีแต่จะเอาของเขา ไม่รู้จักแบ่งปัน ไม่รู้จักให้ก็ถือว่าเราเป็นคนเห็นแก่ตัวใช่ไหมคะ ถึงเราไม่ได้รักกับฝรั่ง รักกับคนไทยด้วยกันเราก็ต้องเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับเหมือนกัน และการที่คนสองคนจะมาใช้ชีวิตร่วมกันนั้นคนดัตช์ชอบพูดเสมอว่า..samen bleven,samen delen..คือการใช้ชีวิตร่วมกันคือการแบ่งปัน แบ่งปันความทุกข์ แบ่งปันความสุข แบ่งปัญหา แบ่งปันอุปสรรค นั่นคือพื้นฐานการใช้ชีวิตร่วมกันค่ะ
      …ขอให้แฮ็ปปี้ในความรักนะคะ…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s