เมื่อความรักจบลงตรงปลายทาง..ในต่างแดน ต้องทำอย่างไรต่อไป?


 
    เมื่อความรักกำเนิด ก่อเกิดกับคนสองคน ทำให้หัวใจสองดวงพร้อมที่จะเดินทางคู่กันไปในเส้นทางเดียวกัน และแล้วก็เกี่ยวก้อยร้อยใจก้าวเดินไปด้วยกัน ตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน  ขอบฟ้าและระยะทางไม่ใช่ปัญหา เมื่อหัวใจมันโหยหาและพาโบกโบยบินไป ตามหาหัวใจอีกหนึ่งดวงที่อยู่ห่างไกลแสนไกลแต่ภายใต้ขอบฟ้าเดียวกัน………
 
 
    เมื่อมั่นใจว่าคนนี้ใช่แน่นอน คือคนที่ตามหา คือคนที่รอคอย คนนี้แน่นอนคือเนื้อคู่กระดูกคู่ และแล้วสาวไทยใจแกร่งก็เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าบินข้ามน้ำข้ามทะเล เพื่อมาใช้ชีวิตกับคนที่คิดว่าใช่ ในดินแดนของพ่อยอดยาหยี พ่อยอดขมองอิ่ม สุดดวงใจ………..
 
 
    เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยไปในดินแดนใหม่ กับชีวิตใหม่ ภาษาใหม่ วัฒนธรรมใหม่ๆ คนรอบข้างใหม่ๆ ความคิด ความอ่าน แปลกๆ เดือนแรกยังไม่มีผลต่อชีวิต เพราะดูเหมือนว่าโลกนี้มีเพียงเธอกับฉันเพียงสองคนเท่านั้น ความรักช่างหวานชื่นดูดดื่มปานจะกลืนกิน สองเดือนเริ่มชินกับการใช้ชีวิตร่วมกันของฉันและเธอ สามเดือนเริ่มตะหงิดๆ ว่าทำไมชีวิตเราเหมือนหมาเฝ้าบ้านเข้าไปทุกวัน เพราะออกไปไหนเองก็ไม่ได้พูดจาภาษาเขาไม่เข้าใจ วันๆนั่งมองแต่นาฬิกาและประตูบ้านว่าเมื่อไหร่ พ่อยอดขมองอิ่มจะกลับมาบ้านสักที นั่นคือกิจวัตรประจำวันของผู้ย้ายมาอยู่ดินแดนใหม่………….
 
 
 
     หนี่งเดือน สองเดือน สามเดือน สี่เดือน ผ่านไปเป็นหลายเดือน จากหลายเดือนเวลาผ่านกลายเป็นปี จากหนึ่งปี กลายเป็นสองปี หรือสามปี แล้วแต่กรณีของหัวใจและความรักของแต่ละคน ไม่เท่าเทียมกัน หวานเริ่มเขียนสเปชนี้มาตั้งแต่กลางๆปี 2006 จากพื้นที่ตรงนี้ทำให้ได้รู้จักมักคุ้น หรือไม่คุ้น กับคนไทยในต่างแดนมากขึ้นทุกวัน  ทุกวัน จากสิบคน เป็นยี่สิบคน เป็นหลายสิบคน จนเป็นหลักร้อย และหลายร้อย จน ณ วันนี้ เบอร์อีเมล์ที่อยู่ในลิสต์แตะเฉียดหลักพันคนอยู่มะรอมมะร่อ  จากการที่ได้พูดคุยกันเกือบทุกเมื่อเชื่อวัน ผ่านตัวหนังสือวิ่งปรื๋อผ่านมาทางโลกไร้สาย กลายเป็นความคุ้นเคย คุยสารทุกข์ สุขดิบ หรือ พูดคุยแบบสรวลเสเฮฮากันเมื่อยามเป็นสุข ปรับทุกข์ ปรับโศรกกันเมื่อยามเป็นทุกข์……..
 
 
 
    เมื่อเวลาผ่านไปหลายเพลา ก็หลายเรื่อง  หลายคนก็หลายเหตุการณ์ ที่หวานจะยกมาเล่าตรงนี้ หวานขออนุญาต สำหรับทุกคนที่มาปรับทุกข์ปรับโศรกกับหวานในช่วงเวลาที่ผ่านมา  หวานขอยกเอาเรื่องราวของสาวๆทั้งหลาย มาไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจกับหญิงไทยทั้งหลายที่ยังอยู่ในเมืองไทยและกำลังจะตัดสินใจบินลัดฟ้าไปใช้ชีวิตในต่างแดน  หวานจะไม่เอ่ยชื่อของคุณๆทั้งหลายเพื่อให้เป็นการเสียหายแต่อย่างใด  แต่ขอเอาแค่เค้าเรื่องราวมาเล่าเพื่อเป็นวิทยาทานกับคนรุ่นหลังต่อไปนะคะ เพื่อว่าจะได้คิดตริตรองกันไว้บ้างเรื่องความรัก และสิทธิส่วนบุคคลที่เราน่าจะพึงมีพึงได้ และกฏระเบียบอะไรบ้างที่เราจะต้องทำความเข้าใจในต่างแดน หวานขอเน้นแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เนเธอร์แลนด์ก็แล้วกันนะคะ เพราะกรณีที่เกิดในประเทศอื่นๆนั้น หวานก็ไม่ทราบข้อระเบียบกฏหมายปฏิบัติของแต่ละประเทศ แต่เมื่อไหร่ที่เราเกิดปัญหาอะไรขึ้นในต่างแดน แล้วเราไม่รู้จะแก้ปัญหาและหาทางออกได้อย่างไรนั้น ให้คิดถึงสถานทูตไทยในประเทศนั้นๆไว้ก่อนเป็นอันดับแรกนะคะ ส่วนคนไทยในเนเธอร์แลนด์ ก็ยังมีอีกหน่วยงานหนึ่งที่คอยให้ความช่วยเหลือคนไทยนั่นก็คือ สมาคมสยาม ซึ่งคอยให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ หรือ มีปัญหาในเนเธอร์แลนด์ ถ้ามีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับเรื่องกฏหมาย หรือ ว่าถ้าเกิดปัญหาในเนเธอร์แลนด์แล้ว หาทางออกไม่ได้ หรือ ไม่รู้จะแก้ไขด้วยตัวเองอย่างไรก็ลองติดต่อที่สมาคมดูนะคะ…แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะขอ คือให้เล่าความจริงที่เป็นความจริง ให้กับทางสมาคมฟังเพื่อที่จะช่วยกันแก้ปัญหานะคะ ไม่ใช่ว่าเล่าความจริงบ้างไม่จริงบ้าง ก็ทำให้การทำงานของพี่ๆที่สมาคมก็อาจจะเป็นไปได้ค่อนข้างลำบากเหมือนกัน  นั่นก็คือที่พึ่งของคนไทยในเนเธอร์แลนด์อีกแห่งหนึ่ง ที่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วเราควรจะหันหน้าไปหาใคร….
 
  
 เพื่อไม่ให้ใครได้เปรียบและเสียเปรียบเรื่องราวคาวรักเมื่อต้องหักลง หวานก็ขอเอากรณีตัวอย่างของทั้งสองฝ่ายมาเล่าให้เป็นอุทาหรณ์ทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสาวไทย หรือฝั่งชายดัตช์ ลองเอากรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหลายนี้ ที่หวานได้มีส่วนเข้าไปรับรู้เรื่องราวจากพี่น้องสาวไทยและชายดัตช์ มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเตือนสติให้คิดและไตร่ตรองตามไปด้วย…ทุกเรื่องที่หวานได้ยินได้ฟังมา หวานก็เป็นแค่คนภายนอกเหตุการณ์ หรือแค่ผู้รับฟังมาเท่านั้น..แต่..เรื่องภายในของแต่ละคู่ แต่ละครอบครัวนั้น จริงเท็จแค่ไหน…หวานไม่อาจรู้ได้ แต่หวานดีใจ ที่ทุกคนที่มาปรับทุกข์กับหวานเชื่อใจว่า…หวาน..ผู้หญิงคนนี้จะเป็นผู้รับรู้และรับฟัง เรื่องราวที่ไม่ค่อยจะสู้ดีกับชีวิตในต่างแดนของตัวเอง ถึงแม้ว่า หลายต่อหลายคน เราไม่เคยเห็นหน้าค่าตากัน ไม่เคยพูดคุยกัน แต่เมื่อมีเรื่องที่อยากระบาย คุณๆ คิดถึงหวานที่อยากจะระบายให้ฟัง หวานไม่เคยรำคาญนะคะ แต่ว่าเรื่องบางเรื่องหวานอาจให้คำแนะนำได้ไม่เต็มที่ เพราะมีข้อกฏหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง หวานคงทำได้ดีที่สุดก็แค่ปลอบใจและเป็นผู้รับฟังที่ดีก็แค่นั้นเอง….แต่ยังไงหวานขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่มีปัญหาชีวิตอยู่ในขณะนี้ค่ะ
 
…ทุกครั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้นมา คงไม่มีใครรู้ต้นสายปลายเหตุของปัญหาได้ดีเท่ากับตัวเราเอง ปัญหาบางปัญหาไม่ต้องการการแก้ไข เพียงแค่ใช้ระยะเวลาในการรอคอยเพื่อให้ปัญหาคลี่คลายไปเท่านั้น หวานเชื่อได้ว่า ปัญหาทุกปัญหาเมื่อเกิดขึ้นมา มันต้องมีที่มาและที่ไป ต้องมีเหตุและผลควบคู่กันไป ขึ้นอยู่กับว่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมากับตัวเราแล้วเนี่ย เราพร้อมที่จะต่อสู้กับปัญหานั้นๆหรือไม่ สติเราพร้อมที่จะคิดตริตรองสาเหตุของปัญหาถ้วนถี่หรือยัง และสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกว่า เมื่อเจอปัญหาคิดสละตะเรื่องราวทั้งหมดให้ดี ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เกิดขึ้นได้อย่างไร ตั้งสติให้มั่น และพยายามอย่าอยู่คนเดียว หาคนพูดคุยให้คลายทุกข์ บางครั้งปัญหาหนักหนาสาหัสเราแก้ไขปัญหาคนเดียวไม่ได้ เราก็ต้องมองหาตัวช่วย
 
 
…แต่ยังไงขอให้ทุกคนเข้มแข็งกับปัญหาและผ่านพ้นปัญหาไปให้ได้ทุกๆคน เพราะเราไม่ได้อยู่เมืองไทย นี่คือปัญหาที่เกิดในต่างแดน…
 
***หมายเหตุ*** เรื่องกรณีศึกษาเรื่องราวความรักของหนุ่มดัตช์กับสาวไทย ต้องยกไปบล๊อกใหม่ เพราะข้อมูลเยอะเกินไป กดเอนเตอร์แล้วเสปชไม่รับ บอกข้อมูลเยอะเกินไป….
 
 
 
**********โปรดติดตามตอนต่อไป ในเรื่องของความรัก ที่จบลง ในต่างแดน ********** 
 
               
 
 
 
 
 

เกี่ยวกับ My Life in The Netherlands and Belgium

All Happy Times in Thailand and The Netherlands + Belgium in my life.
ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องราวของเราเอง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

3 ตอบกลับที่ เมื่อความรักจบลงตรงปลายทาง..ในต่างแดน ต้องทำอย่างไรต่อไป?

  1. Lamai พูดว่า:

    WAITING…NOW…NICE BLOG:)

  2. Tik พูดว่า:

    ช่วยเสนอแนะไอเดียเรื่องนี้หน่อยนะคะ
    เรียนคุณหวาน ดิฉันชื่อเล่นว่า ติ๊ก แต่งงานแล้วกับสามีเป็นชาวออสเตรีย สามีเป็นคนน่ารัก แต่ตอนนี้ เราไม่เข้าใจกัน หรือตัวเองจะไม่เข้าใจฝ่ายเดียวก็ไม่แน่ใจ เรื่องกรณีเขาพระวิหารและการสู้รบที่ชายแดน สามีเป็นคนชอบอ่านข่าวและมองเรื่องนี้ว่า ประเทศไทยเป็นฝ่ายสร้างปัญหา ดิฉันก็บอกว่าเธอไม่เข้าใจ เธอไม่ใช่คนไทย และก็ขอร้องว่าอย่าคุยเรื่องนี้กันเลย เราก็เป็นคนไทย รักประเทศเรา และเราก็คิดว่า ถ้าทั้งสองฝ่ายจริงใจก็ควรที่จะหันหน้ามาตกลง ไม่ใช่สร้างแผนการมากมาย คุยครั้งแรก ตัวเองทนไม่ได้ รู้ว่าตัวเองรับไม่ได้ แล้วก็ร้องไห้ ก็ขอร้องแฟนอย่าคุยกันเรื่องนี้เลย หยุดคุยไป 2 วัน พอวันที่ 3 คุยอีก และเราก็ทนไม่ได้อีก ร้องไห้ (ขออธิบายนิดนะคะ คือแต่งงานแล้ว แต่ยังทำงานที่เมืองไทย และแฟนทำงานที่ออสเตรีย เราทั้งสอง ผลัดกันเดินทางไปมา) ปัญหาอย่างนี้จะทำอย่างไรดีคะ ไม่อยากจะต้องมาทะเลาะและร้องไห้ เราก็รู้ว่าเขาดี น่ารัก แต่เราก็ปฎิเสธความรู้สึกตัวเองไม่ได้ ว่าอย่ามากล่าวหาประเทศฉัน ว่าเป็นมาเฟีย เพราะไม่ใช่ ตอนนี้เลยคิดว่าจะไปอยู่ออสเตรีย หรือไม่ไปอยู่ดี กลัวตัวเองจะเป็นอย่างนี้อีก ถ้ามีวิธีอะไรที่สอนได้ ก็ช่วยบอกให้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ติ๊ก

    • My Life in The Netherlands พูดว่า:

      อย่างที่เรา เคยได้ยินได้ฟังมาเสมอใชไหมคะว่า หัวข้อการสนทนาปราศรัยอันใดที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุด นั่นก็คือ เรื่องของการเมือง และ ศาสนา อย่าได้ยกเอามาเป็นหัวข้อสนทนาเป็นอันขาด ตอนนี้หวานเองก็เหมือนกันค่ะกลับมาเมืองไทยต้องระวังคำพูดเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่า เพื่อนพ้อง น้องพี่ของเราฝักใฝ่ฝ่ายไหนเราก็จะพยายามไม่พูดไม่เอ่ยถึง เพราะไม่อยากผิดใจกัน หรือถ้าอีกฝ่ายหนึ่งตั้งหน้าตั้งตาจะเปิดประเด็นการสนทนาทางด้านการเมืองขึ้นมา หวานก็พยามที่จะบ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่น หรือ บางทีก็เลี่ยงไปทางอื่น ทำอย่างอื่นซะ เพราะเราต้องเข้าใจเขาเข้าใจเรา ถ้าเราเห็นไม่ต้องตรงกัน การที่จะพูดไปในทิศทางเดียวกันนั้น มันคงจะเป็นไปได้ยาก และยังอาจทำให้เราต้องผิดข้องหมองใจกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเสียเปล่า เพราะฉะนั้นลองเลี่ยงๆที่จะสนทนาโต้ตอบดูนะคะ เพราะจะทำให้เราผิดใจกันเสียเปล่าค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s