การแบ่งแยก ชนชั้น วรรณะ ในต่างแดน Discriminatie , Discrimination


 
 
      หลายต่อหลายครั้ง ต้องบอกว่า หัวข้อนี้ ถูกถามมากและบ่อย จากสาวๆไทย ที่ยังอยู่เมืองไทย และสาวๆไทย ที่อยู่ในต่างแดนว่า
…พี่หวานอยู่เนเธอร์แลนด์ เคยโดนพวกฝรั่งเจ้าของประเทศเค้าดูถูกเอาหรือเปล่า คนดัตช์น่ะ แบ่งแยกสัญชาติ เชื้อชาติ สีผิว เผ่าพันธุ์หรือเปล่า เค้าว่าฝรั่งน่ะ เห็นคนเอเซียหัวดำน่ะ เขาเหยียดจะตาย จริงหรือเปล่า???
 
… บางครั้งเมื่อมีเวลามากหน่อย ออนไลน์ขึ้นมา ก็จะชักชวนสาวๆไทย ในต่างแดน มาชุมนุมสามัคคีศีรษะ ถกกันหน่อยหนึ่ง ว่าแต่ละประเทศนั้น เค้ามองพวกเราคนเอเซีย หรือว่าพูดกันแบบตรงๆเลยว่า คนไทยในสายตาของฝรั่งต่างชาติเจ้าของประเทศนั้นๆ เค้ามองหรือดูถูกเหยียดหยาม คนไทยอย่างเราๆ หรือไม่ ประการใด
 
…จริงๆ แล้ว การดูถูก เหยียดหยาม การแบ่งชนชั้น วรรณะนั้น ในความคิดของตัวเองแล้ว คิดว่าก็คงจะมีอยู่ทุกที่ให้เห็นได้อยู่ร่ำไป แม้แต่เมืองไทยเองก็ตามเถอะ   อย่างตอนที่เราอยู่เมืองไทย ถ้าคนไหนที่มาจากภาคอีสาน ก็เห็นจะโดนถูกล้อเลียน เย้าแหย่ในเชิง หรือจะดูถูกดูแคลน ก็แล้วแต่จะคิดและใส่ใจ และจุดประสงค์ของผู้พูด ก็แล้วกัน เช่น บ้านน๊อก บ้านนอก,ลาวบ้าง,เสี่ยวบ้าง หรือแล้วแต่คำพูดและวาจาที่สรรหาจะมากระเช้าเย้าแหย่กันไป ถ้าคนฟังไม่คิดมากก็แล้วไป แต่ถ้าคนฟัง เก็บไปคิด ไปใส่ใจ ก็อาจจะเป็นการหักหาญน้ำใจ ทำลายน้ำใจกันทีเดียว
 
…หรือแม้แต่เพื่อนบ้านของเราที่พวกเขาเข้ามาขายแรงงาน ในบ้านเราที่เมืองไทย ก็โดนคนไทยไม่น้อยทีเดียว ดูถูกเหยียดหยาม กระทำย่ำยี ในศักดิ์ศรีของความเป็นคน ให้เราได้เห็นได้ยิน ได้ฟัง อยู่บ่อยๆ
 
   นั่นก็คือ การแบ่งเขา แบ่งเรา แบ่งชนชั้นวรรณะ เราเป็นใคร เค้าเป็นใคร เมื่อเรารู้สึกว่าเราอยู่สูงกว่าเค้า อยู่เหนือกว่าเค้า การดูถูก เหยียดหยาม ผู้ต่ำกว่า ด้อยกว่า มันย่อมมีอยู่แล้วในตัวของมันเองโดยอัตโนมัติ เท่าที่คุยกับสาวๆไทย ในหลายประเทศ ประเด็นนี้ ห้อข้อนี้ การแบ่งแยก ชนชั้น วรรณะ นั้นมีให้เห็นอยู่แล้วอย่างชัดเจน เพราะเราเป็นต่างชาติ ต่างภาษา ต่างถิ่น ต่างดินแดน แต่ถ้าเทียบแล้ว เราเป็นคนเอเชีย ยังดูจะถูกเหยียด น้อยกว่า กลุ่มคนผิวดำ หรือกลุ่มคนที่มาจากแอฟริกา ทุกครั้งที่เห็นเหล่านี้ ถูกเอารัดเอาเปรียบจะรู้สึกสงสารจับหัวใจ เหมือนกับว่า คุณค่าของความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันนั้นมันไม่มีเอาซะเลย
 
   วกเข้ามาที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ล่ะกัน เรื่องนี้ ก็ได้ยินสาวไทย เล่าให้ฟังบ่อยต่อบ่อยครั้งเหมือนกันว่า โดนฝรั่งเจ้าของประเทศแบ่งแยก ชนชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะด้วยคำพูด อาจจะเป็นเย้าแหย่ หรือหยอกล้อ หรือว่ากล่าว ก็แล้วแต่เช่น ภาษาดัตช์เธอไม่ดีบ้าง. มาอยู่ที่นี่ตั้งนานทำไมยังพูดภาษาเค้าไม่ได้สักที หรือ อาจจะหางานที่ดีๆ เท่าเทียมกับเจ้าของประเทศไม่ได้ หรืออาจจะเป็นการแสดงออกที่ไม่เป็นมิตรทางสายตา  หรืออาจจะถูกว่ากล่าวตักเตือนหลายๆ อย่างที่คิดว่าเป็นการดูถูกเหยียดหยามจากเจ้าของประเทศเค้า ก็แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคนที่ได้ประสบพบเจอกันมา
 
     แม้แต่คนดัตช์เอง บางครั้งบางครา พูดถึงคนดัตช์ด้วยกันเอง เรายังสามารถจับน้ำเสียงออกได้ว่า เป็นการพูดถึงกันอย่างเหยียดๆ หวานมาอยู่เนเธอร์แลนด์ ปีนี้ก็จะย่างเข้าปีที่ห้าแล้ว จะได้ยินคำว่า ฮอลแลนด์เสอะ กับ เนเดอร์แลนด์เดอร์ ( Hollands & Nederlanders) ซึ่งเราๆ ก็จะเคยได้ยินว่าคนดัตช์นั้นขี้เหนียวเอาการอยู่ นั้นคือเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่เราเคยได้ยินมา  อ่ะ..มาอยู่ปีแรก เคยลองแหยมๆ ถามคนดัตช์ดูเลยว่า คนดัตช์ขี้เหนียวจึงหรือ? คนดัตช์ที่มาสตริก ตอบว่า ขี้เหนียวน่ะต้องคนฮอลแลนด์ ไม่ใช่คนเนเดอร์แลนด์ …เอ๋า..ยังไงหว่า นั่นเป็นคำถามเมื่อครั้งภาษาดัตช์อยู่ในขั้นอนุบาล ไม่ได้ถามต่อไปว่า คนฮอลแลนด์กับคนเนเดอร์แลนด์ต่างกันอย่างไร แต่แล้วเมื่อหลายปีผ่านไป คำว่าฮอลแลนด์ กับเนเดอร์แลนด์ ก็เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตมากขึ้นทุกวัน ด้วยความที่หวานทำงานอยู่ในสถานที่ที่จะต้องพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา หลายสำเนียง หลายภาษา หลายกริยาท่าทาง…อ่ะบางครั้ง เวลาลูกค้าจ่ายตังค์แล้วไม่ได้ทิป เพื่อนร่วมงานจะบอกตลอดว่า นั่นล่ะคนฮอลแลนด์ พอบ่อยต่อบ่อยครั้งเข้าก็ชักอยากรู้ว่า ฮอลแลนด์กับเนเดอร์แลนด์ มันต่างกันยังไงน๊า ทำไมเวลาพูดถึงคนฮอลแลนด์แล้ว ฟังดูสำเนียงเสียงพูดแล้วมันไม่ค่อยจะน่าฟังสักเท่าไหร่ ก็จะคอยเลียบๆเคียงๆ ถามเพื่อนร่วมงานบ้าง ถามเจ้านายบ้าง ถามลูกค้าประจำบ้าง ถามคนที่พอจะพูดคุยให้เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยได้บ้าง ก็ค่อยๆเอามาประติดประต่อกันเอา เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะประเทศเดียวกันแต่ แบ่งแยกกลุ่มชาติและเผ่าพันธุ์ แต่คนที่นี่ก็คงไม่ได้คิดมากอะไร เพราะเคยคุยกับคนดัตช์ออกบ่อยต่อบ่อย ที่มาจากทางเหนือๆ อย่างอัมสเตอร์ดัม(Amsterdam) ร๊อตเตอร์ดัม(Rotterdam)  อาลึคมาร์(Alkmaar)  หรือ โกรนิ่งเงิ่น(Groningen) พวกเค้าก็บอกว่าเป็นคนฮอลแลนด์ไม่เคยเอ่ยปากว่าตัวเองเป็นคนเนเดอร์แลนด์เลย   ในความรู้สึกของตนเอง เวลาคนพูดถึงคำว่า คนฮอลแลนด์ รู้สึกว่าคนพูดค่อนข้างจะพูดอยู่ในเชิงลบนิดหนึ่ง ในน้ำเสียงของคนเนเดอร์แลนด์ที่พูด  ส่วนเวลาคนฮอลแลนด์พูดถึงคนเนเดอร์แลนด์ น้ำเสียงก็จะอยู่ในเชิงบวกนิดหนึ่ง ในการกล่าวถึงกันและกัน ยกตัวอย่างเช่น
 
– เคยถามเพื่อนร่วมงานว่า ฉันจะดูออกได้อย่างไร ว่าคนไหนเป็นคนฮอลแลนด์ จะได้เข้าถูกที่ ถูกทาง และถูกโอกาส(เพื่อที่จะได้ทิป เพราะเราจะรู้ๆกันอยู่แล้วว่าคนฮอลแลนด์จะไม่ค่อยจ่ายทิป หรือ จ่ายทีก็แบบขอไปทีน่ะเป็นเศษเซ็นต์ คือขี้เหนียวนั่นเอง อิอิอิ) ก็จะได้คำตอบว่า คนฮอลแลนด์จะพูดเสียงดัง และพูดทีเสียงขากออกจะน่าเกลียด พูดแล้วเสียงจะแข็งไม่เหมือนคนลิมเบอร์ก(คนลิมเบอร์ก,บราบรั้นด์ จะเรียกตัวเองว่าเป็นคนเนเดอร์แลนด์) และให้สังเกตุง่ายๆเลย ถ้าออกเสียง สระเอ (- ij = lange -e) เป็นเสียงสระไอเมื่อไหร่นะ…ชัวร์ป๊าบๆๆๆๆๆ เลยล่ะหวาน ฮอลแลนด์ชัวร์ เช่น Ik ben blij อิ๊ก เบ็น เบล็ย  ออกเสียง เป็น อิ๊ก เบ็น ไบลย …ล้านเปอร์เซ็นต์หวานเอ๊ย ถ้าเธอเข้าไปแล้วได้ทิป ให้เตะ…แต่ก็เคยได้มาแล้วนะ เพราะฉะนั้นแสดงว่าคนฮอลแลนด์ก็ไม่ได้ขี้เหนียวทุกคนไป อิอิอิ….
 
– มีอยู่ครั้งหนึ่ง คนรู้จักที่มาสตริก ได้ถูกเชิญไปกินข้าวบ้านเพื่อนซึ่งเป็นคนเมืองรุมอนด์ (Roemond เมืองที่อยู่เหนือมาสตริกขึ้นไปประมาณ 70 กม.อยู่ในจังหวัดลิมเบอร์กเหนือ)ที่แต่งงานกับสาวคนฮอลแลนด์ …พอเพื่อนสาวชาวมาสตริกกลับมาถึงบ้าน บ่นใหญ่ ว่าไปกินข้าวบ้านเพื่อนมา หิว หิวมากจนตาลาย  ลูกๆฉันก็หิว เด็กๆนะ พอหิวก็อยากขอกินอีก แต่ไม่มีอะไรจะให้กินอ่ะ เพราะเค้าเลี้ยงและกินกันอย่างคนฮอลแลนด์ คือ กินเค้กกันคนละชิ้น น้ำชาคนละแก้ว หรือ กาแฟคนละแก้ว แค่นั้น เค้กของเธอหมดแล้ว ไม่มีสิทธิ์หยิบชิ้นต่อไปอ่ะ เด็กๆก็หิว พวกเราคนลิมเบอร์กกินอย่างนั้นเป็นซะที่ไหนล่ะ กินทีก็เหมือนพวกเธอคนไทยกินกันล่ะ(อ่ะ หาว่าเราตะกละหรือเปล่าหว่า ยิ้มแฉ่ง) เชิญใครมากินก็ต้องกินกันจนอิ่ม กินกันจนเหลือ แต่นี่ ฮอลแลนด์จริงๆ ฉันว่า คนฮอลแลนด์มีเมียไทยไม่ได้หรอกหวาน กินอย่างคนไทยคนฮอลแลนด์มีหวังอกแตกตาย(แอะ แอะ แขวะเราหรือเปล่าเนี่ย ในใจต้องคิดว่าเราตะกละแน่ๆเลย อ่ะ พูดถึงคนฮอลแลนด์ แต่เหมือนว่าจะสะบัดกวัดแกว่งมาโดนไทยแลนด์อยู่ร่ำไปนะเนี่ย แลบลิ้น ไม่เชื่อหรอก ฉันก็เห็นสาวไทยกุมอำนาจภรรยาธิปไตย อยู่ทางฮอลแลนด์เพียบนีนา) อ่ะ..เก็บคำว่าฮอลแลนด์และเนเดอร์แลนด์เอาไว้ในใจ อย่างเพิ่งถามออกไป เพราะอารมณ์หิวของเธอตอนนี้ อาจจะเป็นเค้กน้อยฆ่าเพื่อนก็ได้ กลายพันธุ์ มาจากนิทานอีสานปรัมปราเรื่องก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ อิอิอิ
 
-แต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เวลาที่หวานได้เดินทางออกจากเมืองมาสตริก ไปเยี่ยมเพื่อนๆ สาวไทย ในเนเธอร์แลนด์ ทางภาคบนๆ หรือ ภาคเหนือๆ ของฮอลแลนด์(งง ของฮอลแลนด์ หรือ เนเดอร์แลนด์ หว่า)  เวลาบอกกับคนดัตช์ว่า ฉันมาจากเมืองมาสตริก ..ก็จะได้ยิน คำพูดของคนดัตช์ หรือคนฮอลแลนด์ที่เราเข้าไปพบปะพูดคุยด้วย พูดเป็นประโยคมาตรฐาน ฟังบ่อยจนรู้สึกเอียนแล้วอ่ะว่า…ลิมเบอร์ก เป็นจังหวัดที่สวยงาม ผู้คนใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ธรรมชาติ ภูเขา สวย บลาๆๆๆๆ นั่นคือประโยคมาตรฐานที่ได้ยินคนฮอลแลนด์พูดถึงคนลิมเบอร์ก(อย่าเพิ่งงง เรื่องคนดัตช์ คนฮอลแลนด์ คนเนเดอร์แลนด์ คนลิมเบอร์ก) แต่พอคนลิมเบอร์กพูดถึงคนฮอลแลนด์ ก็จะยกสารพัดขี้ให้คนฮอลแลนด์ไปครอง เช่น คนฮอลแลนด์น่ะหรือ ขี้เหนียว ขี้คุย ขี้โม้ ขี้สารพัดขี้ ยกให้หมดประมาณนั้น  นั่นก็เหมือนจะดูเหมือนว่า คำพูดมีการแบ่งแยกลุ่ม พวก อยู่ในตัว
 
— หลายต่อหลายครั้งคำว่าฮอลแลนด์กับเนเดอร์แลนด์ผ่านเข้าหูบ่อยๆ ต่อมอยากรู้อยากเห็น อดไม่รน ทนไม่ไหว ต้องหาที่มาและที่ไปให้ได้ ว่ามันต่างกันอย่างไร ..ถามเพื่อนร่วมงาน ไม่รู้ ไม่มีความหมาย แต่รู้ว่า คนไหน มาจากไหน เป็นคนฮอลแลนด์ คนไหน เป็นเนเดอร์แลนด์ ถามหลายคนไม่รู้ คำตอบไม่กระจ่าง ก็เลยคิดว่าถ้าเด็กไปไม่รู้คำตอบแน่ ต้องหาแหล่งกูรู คือผู้รู้ ผู้คงแก่เรียน และผู้ที่อาวุโส …อ่ะ ได้กลุ่มเป้าหมาย คือ ลูกค้าอาวุโส อิอิ หนึ่งคำตอบ อาจเป็นแค่ความคิดเห็นส่วนบุคคล สองคำตอบอาจจะพอเชื่อถือได้ สามคำตอบแสดงว่าชัวร์ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ต้องไม่ผิดเพี้ยน…ก็ได้คำตอบมาว่า การแบ่งกลุ่มคนฮอลแลนด์ กับ คนเนเดอร์แลนด์นั้น เค้าแบ่งกันตรงนี้ว่า ตรงเมืองเดนบอส (Den Bosch) จะมีแม่น้ำใหญ่ไหลผ่านอยู่หนึ่งสาย ถ้าเหนือแม่น้ำขึ้นไป เรียกว่าคนฮอลแลนด์ ถ้าใต้แม่น้ำลงมา คนบราบรั้นด์ (Brabrand) คนลิมเบอร์ก(Limburg) จะเรียกตัวเองว่าเป็นคนเนเดอร์แลนด์  นี่คือคำตอบที่ได้มาที่พอจะแก้ข้อข้องใจให้กับตัวเองได้มาตลอดระยะเวลาสี่ปี  แต่ที่หวานเล่ามาก็อาจจะไม่ใช่หลักฐานที่แน่นอนก็เป็นได้ เพราะเป็นแค่คำบอกเล่า ไม่ได้มีเอกสารหลักฐานอ้างอิงให้เห็นชัด แต่คนที่นี่เค้าก็ยังหัวชนฝาของเค้ากันเอง ว่าฉันเป็นคนฮอลแลนด์ ฉันเป็นคนเนเดอร์แลนด์ ทั้งๆที่ชื่อประเทศก็เป็นประเทศเดียวกัน คือ เนเธอร์แลนด์
 
    และด้วยความที่มาสตริก เป็นเมืองที่ติดกับเบลเยี่ยมชนิดที่ ถอยหลังหนึ่งก้าว ก็เบลเยี่ยม ก้าวซ้ายหนึ่งก้าว ก็เบลเยี่ยม ก้าวขวาหนึ่งก้าวก็เบลเยี่ยม เพราะฉะนั้นหวานก็จะมีโอกาสได้รู้จักเบลเยี่ยมในโซนนี้ดีค่อนข้างจะเท่าๆกับทางฝั่งมาสตริก  ทางเบลเยี่ยมจะแบ่งกลุ่ม แบ่งเผ่ากันทางด้านภาษา เพราะเบลเยี่ยมใช้ภาษาราชการสองภาษาคือดัตช์ กับฝรั่งเศส  และแบ่งเป็นสองเขตการปกครองคือ ฟลานเดอร์กับวัลโลเนีย   เวลาคนในเบลเยี่ยมในเขตฟลานเดอร์(จังหวัดที่ใช้ภาษาดัตช์เป็นภาษาราชการ)พูดถึงคนในเขตวัลโลเนีย(จังหวัดที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการ) ฟังจากน้ำเสียงก็จะมีเสียงเหยียดอยู่ในคำพูดและประโยคที่พูด  ซึ่งทั้งสองเขตการปกครองก็คือคนเบลเยี่ยมด้วยกันนั่นเอง
 
    เพราะฉะนั้นทุกที่ ทุกประเทศก็คงจะมีการแบ่งพรรค แบ่งพวก แบ่งกลุ่ม แบ่งเผ่า แบ่งชนชั้น วรรณะ กันทั้งนั้น เพียงแต่ว่า อาจจะเป็นด้วยคำพูด หยอกเย้า กระเช้าแหย่ กันเล่นๆ หรือว่า อาจจะเป็นการแบ่งกลุ่ม แบ่งการกระทำ และเลือกปฏิบัติกันอย่างเห็นได้ชัดแค่ไหน  หรือมีความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่แค่นั้นเอง
 
    สำหรับหวานแล้ว โชคดีที่ไม่เคยโดนล้อหรือถูกดูถูกเหยียดหยาม หรือ โดนเลือกปฏิบัติมาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่สมัยอยู่เมืองไทย ตอนเรียนและทำงานที่กรุงเทพฯ ก็ไม่เคยปิดบังใครว่าตัวเองเป็นลูกอีสาน ก็ไม่เคยเห็นมีเพื่อนหรือใครล้อ หรือ เลือกปฏิบัติ แบ่งกลุ่ม แบ่งพวก หรือแม้กระทั่งตอนนี้อยู่เนเธอร์แลนด์มาสี่ปี ย่างเข้าสู่ปีที่ห้า บอกได้เลยว่า ไม่เคยได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจ จากคำพูดของคนที่นี่ ที่จะทำให้เราเจ็บแหนงแคลงใจว่าเราเป็นคนหัวดำ เป็นคนเอเซีย หรือเป็นคนต่างชาติ ทุกคนที่นี่ให้การต้อนรับ และปฏิบ้ติ กับหวานเป็นอย่างดี บางครั้งเวลาที่แขกเยอะๆที่ร้าน มองไปทางไหน ลูกค้าเอย เพื่อนร่วมงานเอย ทุกคน ผิวขาว ผมทอง กันไปหมด มีเราคนเดียว ผิวน้ำตาล ผมดำ ปนกลุ่มอยู่คนเดียว บางครั้งยังแอบแว๊บ ในใจของตัวเองว่า ฉันมาทำอะไรที่นี่ ฉันกำลังอยู่ผิดที่ผิดทางผิดสถานที่หรือเปล่า มองไปทางไหน ใครๆเค้าก็แตกต่างจากฉันไปหมดเลย แต่นั่นก็เป็นแค่แว๊บในใจ แล้วก็ทำงานอย่างแฮปปี้ ต่อไป หรืออาจจะโชคดีที่ได้มาอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่ผู้คนยังใจดี น้ำใสไมตรีจิตต่อกันก็ยังมีอยู่ อาจจะด้วยความที่เป็นเมืองเล็ก เมืองที่สงบ ทำให้ผู้คนจิตใจดี เดินไปไหนก็มีแต่รอยยิ้ม ผู้คนรู้จักไม่รู้จักกันทักทายปราศรัยกันไปหมด นั่นอาจจะหาไม่ได้แล้วในโลกนี้ เพราะทุกวันนี้ความเจริญทางด้านวัตถุก้าวหน้าไปทุกวัน ทำให้คนเราความคิดเปลี่ยนไปทุกวัน คนที่อยู่กับวัตถุล้ำสมัย ก็จะชอบคิดว่า ตัวเองเป็นผู้เจริญแล้ว สูงส่งกว่าผู้ที่ยังรู้ด้อยกว่าตน นั่นคือ ความคิดความรู้สึกของคนในยุคปัจจุบัน คือ ความเจริญ ความสูงส่ง ต้องวัดกันที่วัตถุและความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี
 
    ไม่ต้องใครอื่นไกล แต่ก่อนเมื่อชีวิตของหวานเอง ถูกหลอมให้คิดให้วิ่ง ให้ต่อสู้เหมือนอย่างคนกรุงเทพฯ คือเราต้องไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ เราใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ทุกวัน จมอยู่กับชีวิตคนเมืองทุกวัน ถูกหลอมความคิดว่า เราอยู่เมืองเจริญ ด้วยตึกสูงระฟ้า เราอยู่เมืองเจริญด้วยห้างสรรพสินค้าเยอะแยะมากมาย เราอยู่เมืองเจริญ มีร้านอาหารภัตตาคารเลิศหรูมากมาย นั่นคือชีวิตอันศิวิไลย์ สูงส่งของคนเมือง จนกระทั่ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง เดินทางไปเที่ยวประเทศลาว เมื่อข้ามพ้นเขตแดนที่สะพานมิตรภาพไทยลาว ฝั่งหนองคาย ไกด์สาวชาวลาวในชุดพื้นเมือง ขึ้นมากล่าวต้อนรับคณะลูกทัวร์จากเมืองไทยว่า…สะบายดีทุกๆท่าน ยินดีต้อนฮับสู่เมืองลาว สาธารณะรัฐประชาชนลาวของเฮาคงไม่ได้เจริญรุ่งเรืองด้วยตึกสูงระฟ้าและรถราคาหลายๆล้านอย่างทางฝั่งไทย แต่เฮาอุดมไปด้วยวัฒนธรรมที่เก่าแก่ดีงาม เฮาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม และโบราณสถานที่เคารพกราบไหว้บูชา….อ่ะ พอได้ฟังแค่นั้นล่ะ ป๊าบๆๆๆๆ ในหัวใจเลยอ่ะ  ก็เลยให้คิดว่า การที่เราจะแบ่งแยกผู้อื่นว่าสูงหรือด้อยกว่าตนนั้น เราใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง แค่นั้นเอง….

เกี่ยวกับ My Life in The Netherlands and Belgium

All Happy Times in Thailand and The Netherlands + Belgium in my life.
ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องราวของเราเอง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

6 ตอบกลับที่ การแบ่งแยก ชนชั้น วรรณะ ในต่างแดน Discriminatie , Discrimination

  1. mayuree พูดว่า:

    สวัสดีค่ะ คุณหวานวันนี้พี่เข้าเวปส์คุณหวานยากมาก มันติดๆขัดๆนานแล้วเราไม่ได้คุยกัน แต่พี่ก็แวะมาที่สเปส เป้นประจำค่ะ

  2. My life in the Netherlands พูดว่า:

    หวัดดีค่ะพี่มยุรี หายไปนานเลยค่ะพี่ ทั้งพี่ทั้งพัท หวานนึกว่าพี่ไปเมืองไทยแล้ว เห็นเงียบกริ๊บกันทั้งสองคน กะว่า จะหาโอกาสโทรหาพี่กะพัทอยู่สักวัน เหมือนกันค่ะ เรื่องเสปชติดขัดหวานก็ไม่รู้เหมือนกันน่ะพี่ หวานก็สังเกตุ อยู่หลายครั้งเหมือนกันค่ะพี่ ว่าบางครั้งรูปก็ไม่มา บางครั้งเพลงก็ไม่มา และบางครั้ง หน้าเสปชก็ขาวมาเลย หวานก็คิดในทางที่ดีว่า ทางเสปช เค้าคงกำลังปรับปรุงระบบหรือเปล่าไม่รู้…ว่าไปนั่น ขนาดเราอยู่ทางเนเธอร์แลนด์ ยังติดๆ ขัดๆ อย่างนี้ แล้ว น้องๆ พี่ๆ ที่ดูอยู่ทางเมืองไทย ยิ่งน่าจะติดๆขัดๆกว่าเราอีก(เพราะเน็ทที่เมืองไทยคงจะไม่เร็วเท่านี่เนฯ)คิดถึงเสมอนะคะพี่ กลับเมืองไทยเมื่อไหร่ อย่าลืมเอารูปมาให้ดูกันบ้างนะคะ

  3. mayuree พูดว่า:

    พี่คิดถึงคุณหวานก้เข้ามาดูในเสปช คุณหวานเสมอ พี่ยังไม่กลับไทยค่ะ ที่เงียบสาเหตุ druk อย่างแรงต้องทำอาหารไว้ให้ลูก ไปทำงาน เวลาอาหารของลูกๆไม่พร้อมเลยแต่อยากได้เงินค่ะ ได้อย่างเสียหลายอย่างเลย สว่นพัท ที่เงียบคอม ของพัทมีไวรัสทำให้มีปัญหาเป็นเดือนตอนนี้ดีแล้วค่ะ อีกอย่างพัทกำลังอาการหนัก กับสอบเอาใบขับขี่ พัดถามพี่ พี่นะยังสอบอะไรไม่ได้สักกะอย่าง ลองไปสอบเอาใบขับมอไซค์ ตกสองรอบแล้ว ถ้ามีการสอบจักรยาน พี่ก็คงไม่ได้อีก คงต้องเดิน

  4. My life in the Netherlands พูดว่า:

    คิดถึง พี่มยุรี กับ พัท เหมือนกันนะคะ ทีแรก ก็สงสัย เอ๊ หายไปไหนกันน๊า เงียบทั้งสองคนเลย หวานก็นึกว่าพี่คงกลับเมืองไทยแล้ว ฝากบอกพัทด้วยนะคะ หวานเป็นกำลังใจให้ และก็ขอให้พัทใจเย็นๆ สมาธิดีๆ เดี๋ยว ทุกอย่างก็จะดีเองล่ะค่ะ ถ้าเรายิ่งร้อน ยิ่งจะทำให้เราเครียดหนักเข้าไปอีก และก็เป็นกำลังใจให้พี่มยุรีด้วยค่ะ อย่าไปสอบเลยค่ะพี่ ใบขับขี่มอไซด์ สอบใบขับขี่รถยนต์เลย เพราะถ้าพี่ได้ใบขับขี่รถยนต์แล้ว พี่ก็จะได้ใบขับขี่มอไซด์ พ่วงมาด้วย ขอเป็นกำลังใจ ให้ทั้งพี่และก็พัทนะคะ สู้ๆๆๆๆค่ะ สาวไทย ใจแกร่ง

  5. Natthayanee พูดว่า:

    หวัดดีค่ะพี่หวาน ได้ความรู้ดีจัง อิอิ

  6. My life in the Netherlands พูดว่า:

    ขอบใจจ้าน้องต๊ากกะแตน พี่หวานเข้าไป กวนๆๆๆๆ น้องแตนที่เป๊ดมาแล้วนะ อิอิอิ ตามสัญญาญ ลูกผู้หญิงตัวอ้วนๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s