บุญมี แต่กรรมบัง


  
    เมื่อวันปีใหม่ไทย 13 เมษายน ได้รับเมล์ จากน้องแต้ว สาวเมืองชาละวัน ในเบลเยี่ยมเมือง ลี้แหย่ กาละมัง (Liege Gullemins ภาคสำเนียงเสียงภาษาฝรั่งเศสโดยหวานเอง)  หรือ ถ้าเป็นในภาษาฟลามส์ก็คือ เมือง Luik นั่นเอง น้องแต้ว ส่งสาส์นอิเล็คโทรนิคมาว่า พี่หวานตอนนี้ขาดแคลนอาหารไทยเป็นอย่างมาก เพราะร้านเวียตนามที่ใช้บริการกันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ แก๊สระเบิดร้านเลยปิดตัวไปโดยปริยาย ทำให้สาวๆไทย ทางฝั่งเบลเยี่ยมเกิดอาการเหมือนจะลงแดงอาหารไทยเป็นอย่างมาก ต้องการความช่วยเหลือเป็นการด่วน ช่วยส่งที่อยู่ร้านขายของเอเซียในมาสตริกให้น้องแต้วเป็นการด่วน พี่หวานก็เลยส่งรายละเอียดของร้านขายของเอเซีย หรือ ทางฝั่งเนเธอร์แลนด์จะเรียกว่า โตโก (Toko รากศัพท์ภาษามาเลเซีย)  ให้กับน้องแต้วด่วน และกำชับจุดดีจุดด้อยของแต่ละร้าน ว่าต่างกันอย่างไร พร้อมกำชับว่า ถ้าจะมามาสตริก เพื่อซื้อหาอาหารนั้น ให้มาวันศุกร์ 09.00-13.00 เพราะมีตลาดที่มาสตริก แล้วจะได้สารพัดอาหารกลับไป ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล หรือ ผัก ผลไม้ จากเมืองไทยกลับไปด้วย
 
   และแล้วน้องแต้ว ก็ส่งสาส์นกลับมาอย่างทันใจว่า จะมาวันศุกร์นี้ พร้อมด้วยส่งส่วยของโปรดพี่หวานด้วย นั่นคือ น้ำพริกแกงไตปลา เจ๊นาจากเมืองพังงา และพร้อมด้วย หน่อยสาวเมืองข้าวปุ้น กับ พี่อรุณจากเมืองมะขามหวาน และสารถีอีกหนึ่ง ปรากฏว่า สามสาวไทย จากฝั่งเบลเยี่ยม เมืองลี้แหย่ กาละมัง ตื่นตาตื่นใจ กับตลาดเมืองมาสตริกมาก วี๊ดว๊ายกระตู้ฮู้ เอาซะมากๆ หวานเลยบอกว่าของอื่นอย่าเพิ่งดูวันหลังค่อยมาดูใหม่  เพราะว่าวันนี้หวานมีเวลาจำกัด ต้องรีบไปทำงาน ก็เลยพาสามสาวพร้อมด้วยสารถี ไปดูร้านอาหารจำพวกปลาและอาหารทะเล ที่น่ากินและราคาไม่แพงจนเกินไป และพร้อมด้วย ไปดูร้านขายผักและผลไม้จากไทยแลนด์แดนสยามก่อน ทั้งสามสาว ตื่นตาตื่นใจกับข้าวของมากมาย เห็นอะไรก็อยากซื้อ แต่ก็เกินกำลังแบกของตัวเอง ก็เลยบอกเคล็ดในการช๊อปปิ้งครั้งหน้า พร้อมทั้งกำชับว่า ครั้งหน้าให้นั่งรถไฟกันมา จะได้ไม่ต้องห่วงสารถี
 
    พอถึงซุ้มขายผัก ผลไม้ ส่วนมาก ลูกค้าก็จะเป็นลูกค้าคนเอเซียทั้งนั้น ทำให้ทั้งสามสาวตื่นเต้นมาก ว่าเจอคนไทยเยอะ แม้แต่คนฟิลิปินส์ยังพูดไทยได้ พ่อค้า แม่ค้าก็พูดไทยได้ สามสาวจากฝั่งเบลเยี่ยมบอกว่า สนุกจัง ดูอบอุ่นดีด้วย คนไทยเยอะ สาเหตุที่คนไทยหรือคนเอเชียเยอะนั้น สาเหตุเพราะว่า ตลาดนัดวันศุกร์ที่มาสตริกนั้นดังมากๆ สำหรับสามประเทศคือ เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน และเบลเยี่ยม เพราะฉะนั้นพอวันศุกร์ทีไร สาวไทยทั้งสามประเทศ ก็จะต้องมาจับจ่ายข้าวของกันในวันนี้ ยิ่งถ้าหน้าร้อนอากาศดีๆ คนยิ่งเยอะ ช๊อปกันไป ตื่นเต้นกันไป เป็นที่สนุกสนาน ทั้งพวกเรา และคนอื่นๆที่เห็นพวกเรา ยิ้มแฉ่ง
 
สามสาว จากเมืองลี้แหย่ กาละมัง น้องแต้ว หน่อย และก็พี่อรุณ

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

และหลังจากหวานก็พาทั้งสามสาวไปร้านขายของเอเซียหรือโตโกกัน ที่อยู่ชั้นใต้ดินของตลาดนั่นเอง ร้านนี้เพิ่งมาเปิดเมื่อปลายปี 2009 นี่เอง ร้านใหญ่มาก หวานไม่ชอบมาเดินร้านนี้ เพราะใหญ่จนเกินไป ทำให้หาข้าวของที่ต้องการไม่ค่อยเจอ หรือยังอาจจะใหม่กับหวานจนเกินไป และอีกอย่างถ้าจะไปร้านนี้หวานต้องขึ้นรถเมล์ไป แต่ถ้าไปอีกร้านหนึ่ง ขับรถไปจอดหน้าร้านได้เลย และก็ถ้าซื้อของเกิน 25 ยูโร ก็สามารถเอาบิลค่าจอดรถไปขอขึ้นเงินคืนได้กับทางร้าน

วันนี้ น่าเสียดายที่ไม่มีผักผลไม้มาจากเมืองไทยเลย ชั้นผัก ผลไม้ ว่างโบ๋ ซึ่งตามปรกติแล้วผักผลไม้ จากเมืองไทย ต้องบินมาถึง ทุกวันพฤหัสฯ  ของทุกอย่างสด สวย เช้ง มาอยู่ในตู้ก่อนที่ตลาดวันศุกร์ที่มาสตริก แต่วันนี้ แม้แต่พริก กะเพรา โหระพา ใบมะกรูด หรือ สินค้าทุกอย่างจากเมืองไทยไม่มีติดตู้เลย ก็เลยนึกได้ว่า สนามบินสกิปโฮล(สนามบินประจำชาติของเเนเธอร์แลนด์) ประกาศปิดสนามบินตั้งแต่เย็นวันพุธที่ผ่านมา ไม่มีการบินเข้า และบินออก สาเหตุนั้นก็เนื่องมาจากภูเขาไฟระเบิดที่ไอซ์แลนด์ ทำให้กลุ่มควันที่พวยพุ่งจากป่องภูเขา ปกคลุมไปทั่วทั้งยุโรปเหนือ ที่โดนหนักสุด ปิดไปเจ้าแรกๆ คือ สนามบินฮีทโธรว์ ที่อังกฤษ  และทุกประเทศในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ต่อจากนั้น ก็มีประกาศออกมาเรื่อยๆว่า 13 ประเทศ ในสหภาพยุโรป ต้องทำการปิดสนานบินกันโดยด่วนตั้งแต่วันที่  16 เมษายน เป็นต้นไป  เนื่องจากกลุ่มควันจากการระเบิดของภูเขาไฟที่ไอซ์แลนด์ ทำให้ทัศนวิสัยในการบินเป็นอันตรายเป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นประกาศฉุกเฉินของทางด้านการบินในยุโรป และให้รอดูท่าทีและปิดการจราจรการบินไปเรื่อยๆ จนกว่ากลุ่มควันจะจางลง 

ก็ด้วยประการนี้เอง พวกเราจึงไม่มีผักผลไม้จากเมืองไทย ไปเก็บไว้ในตู้เย็นเลยวันนี้

สามสาว จากเมืองลี้แหย่ กาละมัง ณ โตโก เมืองมาสตริก

Photobucket

 

เนื่องจาก ประกาศฉุกเฉินการจราจรทางอากาศครั้งนี้ ทำให้อะไรต่อมิอะไรเกิดการผิดพลาด ผิดแผนในชีวิตของหวานหลายอย่าง ตอนนี้นายจ้างของหวาน วิลม่า และโทนี่ อยู่ที่ปักกิ่ง ตามแผนจะต้องเดินทางกลับสู่เนเธอร์แลนด์เมื่อวันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2010 แต่ว่าเนื่องจากสนามบินดุสเซลดอร์ฟ ก็ถูกปิดเหมือนกัน นายจ้างต้องติดอยู่ที่ปักกิ่ง ไม่สามารถบินกลับมาได้ ทางสายการบินบอกว่า เพื่อความปลอดภัย ถึงแม้กลุ่มควันจะเบาบางหรือไม่เบาบางลง ก็จะทำการบินออกจากปักกิ่งในวันพฤหัสฯที่ 22 เมษายน แล้วทำการพักเครื่องที่อื่น ต่อไป แต่ตารางการทำงานของเราก็ต้องมีอันไม่ลงตัวเหมือนกัน

วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2010 ที่จะถึงนี้ ปุ๊กเพื่อนเลิฟ จะบินจากฟินแลนด์ มาเนเธอร์แลนด์ เพื่อชมทุ่งทิวลิปบาน แต่ก็คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากฟินแลนด์ก็โดนปิดสนามบินไปเป็นเจ้าแรกๆ ตั้งแต่ลาวาเริ่มพวยพุ่งขึ้นมาจากป่องภูเขาไฟแล้ว คิดขึ้นมาทีไร สงสารไอ้ปุ๊กเพื่อนหวานจับใจ เดินทางมาเนเธอร์แลนด์กี่รอบต่อกี่รอบ ไม่เคยได้ไปถึงเกอเกิ้นฮ๊อฟ (Keukenhof) กับเค้าสักที มาปีนี้วางแผนลางานกันไว้ทั้งสองฝ่าย ทั้งหวานและปุ๊ก แผนการท่องเที่ยวข้ามปีถูกจัดขึ้นคิดขึ้น เมนูอาหาร และ ร้านอาหาร ที่อยากให้เพื่อนได้กิน ถูกลิสต์ขึ้นมาเรียบร้อย ตั้งแต่ฟังประกาศฉุกเฉินของทางเนเธอร์แลนด์แล้ว หวานเริ่มใจแป้วๆ ขึ้นมาทุกทีว่า…ไอ้ปุ๊กเพื่อนฉัน จะบินได้หรือเปล่าหว่า ไอ้ปุ๊กเพื่อนฉัน จะได้เห็นทุ่งทิวลิปหรือเปล่าหว่า ไม่น่าทางเนเธอร์แลนด์บอกว่า ขอปิดสนามบินดูท่าทีจนถึงเช้าวันจันทร์ที่ 19 เมษายนนี้ เท่านั้น แต่ฟินแลนด์ล่ะ จะปิดสนามบินจนถึงวันไหน เพราะเค้าอยู่ใกล้ภูเขาไฟกว่าเนเธอร์แลนด์   หวานนะอุตส่าห์สั่งมะม่วงแรด เขียวเสวย อกร่อง น้ำดอกไม้ เกือบ 10 กิโลกรัม จากเมืองไทย มารอปุ๊กว่าถ้าปุ๊กมาถึงเนเธอร์แลนด์จะทำมะม่วงน้ำปลาหวาน กับมะม่วงแรด มะม่วงชั้นดีจากเมืองแปดริ้ว และจะทำข้าวเหนียวมะม่วงอกร่องหวานๆ ให้ปุ๊กกิน และตามกำหนดการ มะม่วงสดๆกว่าสิบกิโล จะต้องเดินทางถึงมาสตริกในวันเสาร์ที่ 17 เมษายน นี้ แต่มะม่วงจากเมืองไทยก็ไม่สามารถบินเข้ามาได้ สนามบินดุสเซลดอร์ฟก็ปิด และมะม่วงจะเดินทางออกจากเมืองไทยอีกทีก็วันศุกร์ที่ 23 เมษา ตอนนั้นมะม่วงชั้นดี ก็คงต้องไปอยู่ในขยะหมดเป็นแน่ เพราะอกร่องก็คงจะกลายเป็นอกเหลว มะม่วงแรดก็คงจะกลายเป็นมะม่วงโรย เฮ้อ…ไอ้ปุ๊กเพื่อนฉัน บุญมีแต่กรรมบังจริงๆเลยนะเพื่อน ขอให้วันจันทร์ที่จะถึงนี้ เมฆหมอกควันหายไปฟ้าใสเหมือนเดิมทีเถอะ มะม่วงไม่มาไม่เป็นไร แต่ขอให้ไอ้ปุ๊กเพื่อนฉันได้มาฮอลแลนด์ทีเถ๊อะ เพราะอีกไม่นานทิวลิปก็คงร่วงโรยแล้ว….บุญนั้นมีที่จะได้บินมาฮอลแลนด์นะเพื่อนนะ แต่ก็ดูเหมือนว่าเมฆหมอกควันจากป่องภูเขาไฟก็ไม่เป็นใจ เอานะเพื่อนนะ ช้าแต่ชัวร์ดีกว่าเนาะ มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ถ้าไม่ได้มาปีนี้ ก็ปีหน้า หรือ ปีถัดไป ตราบใดที่หวานยังอยู่เนเธอร์แลนด์เราต้องไปเที่ยวสวนทิวลิป และถ่ายรูปด้วยกันจนได้สักวันล่ะน่า…. 

ภาพภูเขาไฟระเบิดในไอซ์แลนด์ที่ทำให้เกิดปํญหาการจราจรทางด้านการบินทั่วทั้งยุโรป 

 http://www.youtube-nocookie.com/v/Ww4z8uH-NnI&hl=nl_NL&fs=1&color1=0x402061&color2=0x9461ca&border=1

 

 

เกี่ยวกับ My Life in The Netherlands and Belgium

All Happy Times in Thailand and The Netherlands + Belgium in my life.
ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องราวของเราเอง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

2 ตอบกลับที่ บุญมี แต่กรรมบัง

  1. maijit พูดว่า:

    ดีนะหนูหิ่นสั่งบักม่วงแรดบ่ได้ระบุว่าเอาหน่วยที่แรดที่สุดบ่ชั้นเอื้อยกะเสียดายแทนหมู่ฮักเจ้าอยู่แล้วบ่ได้กินบักม่วงแรดหน่วยที่แรดที่สุด อิอิอิ เห็นบอกมาสตริก มีอาหารทะเลนำบ่ สิหาโอกาสพาฝาละมีไปกินหอยแถวนั้นอยู่สิสมคำลือคำเล่าอ้างบ่หนูหิ่น หอยอยู่ฮั่นสิหน่วยใหญ่กับสดคือหอยอยู่ เฮเลนเต้าส์ บ่น้อ อิอิอิ

  2. sjöblom พูดว่า:

    "You never know" people usually say so. And it is true. I never think to go to Holland can be so difficult. it usually takes only 2.5 or 3 hours by air. but for me it’s seem like impossible right now. I do not know how I can handle almost one week only at home alone at home (with the dog) and the finnish spring?

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s